รีวิว กล้องติดรถยนต์ c600 ของปลอมเกลื่อนตลาด

1163
แบ่งปัน

ผมตั้งใจว่าจะเขียนรีวิวเรื่อง กล้องติดรถยนต์ รุ่น C600 ที่วางขายกันเกลื่อนตลาดมานานแล้ว แต่ไม่มีเวลาสักที ผ่านมาจะเป็นปีอยู่แล้วเพิ่งจะได้เขียน ก็ต้องขอแสดงความเสียใจกับทุกท่าน ที่ได้เผลอใจซื้อ กล้องรุ่นนี้ มาติดรถยนต์กันไปแล้ว จะว่าไปมันก็เป็น กล้องติดรถ ที่ใช้งานได้ตัวหนึ่งแหละครับ ไม่ได้มีอะไรผิดปกติ เพียงแต่มันเป็นของคุณภาพต่ำ หรือที่เรามักจะเรียกกันติดปากว่า “ของปลอม” หรือ “ของจีนแดง” ลักษณะหน้าตาของมันนั้น เรียกได้ว่า ดูกันไม่ออก ระหว่างของจริงกับของปลอม จนในปัจจุบัน เรียกได้ว่า แทบจะไม่มีของจริงหลงเหลืออยู่แล้ว มีแต่ของปลอม หรือของเกรดต่ำ ที่ราคาถูกๆ แค่ 500 – 600 บาทเท่านั้น ซึ่งก็ไม่ได้เป็นเรื่องที่ผิดหรอกครับ ที่จะซื้อมาใช้งานกัน แต่ประเด็นมันอยู่ตรงที่ว่า เมื่อเกิดเหตุจำเป็น ที่ต้องใช้ภาพจาก กล้องติดหน้ารถ เพื่อมาเป็นหลักฐาน เวลาเกิดอุบัติเหตุขึ้นแล้ว มันไม่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ดีเท่าที่ควร เพราะ.. ภาพที่ได้มันไม่มีคุณภาพ ความละเอียดต่ำมากๆ จนไม่สามารถบอกรายละเอียดอะไรที่จำเป็นได้เลย เช่น ทะเบียนรถ หรือ รายละเอียดอื่นๆ ที่มีขนาดเล็ก ผมลองมาแล้ว เจ็บมาแล้ว จึงนำมาบอกกันครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  รีวิว กล้องติดรถยนต์ G1W ดีที่สุดในปฐพี

กล้องติดรถยนต์ C600 หน้าตาเป็นอย่างไร?

ต้องบอกว่า มาจนถึงวันนี้ ผมก็ยังไม่เจอ กล้องติดรถ รุ่น c600 ที่เป็นของแท้ Full HD แบบจริงๆ สักตัวนึงเลย (แต่มันอาจจะมีของจริงที่ภาพคมชัดจริงๆ ก็ได้นะครับ เพียงแต่ผมตระเวนหาแล้วไม่เจอ) ซึ่งผมใช้วิธีตรวจสอบแบบเข้มงวดจริงๆ ด้วยการของลองถ่ายภาพ แล้วให้ทางร้านนำมาเปิดในคอมให้ดู ว่าภาพที่ได้ มีคุณภาพความละเอียดอย่างไร ซึ่งแน่นอนว่า ผลที่ได้ก็คือภาพแตก ไม่ละเอียด (ซึ่งทางร้านก็ไม่พอใจ เพราะผมลองแล้วไม่ซื้อ) จนผมสามารถสรุปได้เลยว่า ผมจะไม่ซื้อ กล้องติดรถยนต์ รุ่น c600 อีกแล้วครับ เพราะเสี่ยงที่จะได้ของคุณภาพต่ำมากกว่า

ลักษณะหน้าตาของ กล้องติดหน้ารถ รุ่น C600 ตัวนี้ หน้าตาจะเป็นแบบนี้ครับ

รีวิว กล้องติดรถยนต์ c600 ของปลอมเกลื่อนตลาด (2)

รีวิว กล้องติดรถยนต์ c600 ของปลอมเกลื่อนตลาด (1)

น้ำหนักของตัวกล้อง จะมีน้ำหนักเบามากๆ และมีตัวอักษรเขียนว่า FHD 1080p ซึ่งแปลว่า Full HD แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว ภาพที่ออกมา ไม่ใช่ Full HD เลยนะครับ วัสดุที่นำมาใช้ ก็ถือว่า อยู่ในเกรดที่รับได้ ดูๆ ไปแล้ว ไม่มีทางบอกเลยครับ ว่าเป็นของแท้ หรือของปลอม ถ้าอยากจะรู้ให้แน่ชัด ต้องลองถ่ายภาพบันทึกดู แล้วเอามาลงในคอมพิวเตอร์จอใหญ่ เพื่อดูว่า ภาพที่ได้นั้น มีคุณภาพอย่างไรเท่านั้น จึงจะสามารถบอกได้ว่า เป็นกล้องของแท้ หรือของปลอม ( ของปลอม มีคุณภาพต่ำ )

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  กล้องติดหน้ารถ ต้องดูแลยังไง ไม่ให้พังเร็วกว่าที่ควรจะเป็น วิธีนี้ทำกันได้ทุกคนนะ

หลังจากที่ผมเอง ได้ลองใช้งานมาพักใหญ่ๆ เพราะถูกหลอกให้ซื้อ และผมก็โง่เองที่หลงเชื่อง่ายๆ ไม่ศึกษาหาความรู้ในเรื่องนี้ให้ดีเสียก่อน เห็นแค่ว่า ราคา 600 กว่าบาท ก็เลยลองซื้อมาใช้ดู เพราะคิดว่า ถ้าไม่ดี ก็ค่อยเปลี่ยนที่หลัง ก็ค่อนข้างจะมั่นใจว่า มันต้องใช้งานได้บ้างแหละ เพราะตอนที่ลองที่ร้าน ก็เห็นว่า ภาพชัดดี ซึ่งการที่ภาพชัดแบบนั้น ก็มาจาก แสงไฟในร้านที่สว่างมากๆ ย่อมทำให้ภาพชัด ซึ่งพอนำมาใช้งานจริงๆ ในท้องถนนแล้ว ในตอนกลางวันที่แดดจัดๆ ก็ถือว่าพอรับได้บ้าง แต่ในตอนกลางคืนนั้น เห็นป้ายทะเบียนรถคันหน้าไม่ชัดเลยครับ ภาพที่เห็นชัดในตอนกลางวัน ก็ไม่ได้มีความคมอะไรมากมายนะครับ ถ้ารถวิ่งไปไกลเกินกว่า 20 เมตร ก็เริ่มมองเห็นตัวอักษรและเลขทะเบียนของรถคันหน้าที่ห่างออกไปไม่ชัดแล้ว กว่าตัวผมเองจะรู้เรื่องพวกนี้ ก็ตอนที่ผมได้ไปประสบพบเจอ กับอุบัติเหตุจังๆ ที่เกิดขึ้นอยู่ด้านหน้า (ไม่ได้เกิดขึ้นกับผมนะครับ แต่เป็นรถคันหน้า) เมื่อกลับมาบ้าน ลองเอามาใส่คอมแล้วเปิดดู ถึงได้เห็นว่า รายละเอียดของภาพมันแย่มากๆ บอกอะไรไม่ได้เลย จึงตัดสินใจ หาซื้อกล้องใหม่ เพื่อประโยชน์แก่ตัวเอง เวลาเกิดอุบัติเหตุ และสามารถใช้เป็นหลักฐาน สำหรับเหตุการณ์ต่างๆ ที่ประสบพบเจอได้ด้วย

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  กล้องติดหน้ารถ ต้องดูแลยังไง ไม่ให้พังเร็วกว่าที่ควรจะเป็น วิธีนี้ทำกันได้ทุกคนนะ

พระเอกของผม ก็ไม่ใช่อื่นไกลไปครับ นั่นคือ กล้องติดรถยนต์ G1W พระเอกตลอดกาล ที่แม้แต่ในทุกวันนี้ ก็ยังได้รับความนิยมอยู่ เพราะความคมชัดแบบสุดๆ ของมันนั่นเองครับ แถมราคาค่าตัวของมัน ก็ไม่แพง อยู่ที่ 1,400 – 1,500 บาท เท่านั้น แต่แน่นอนว่า ผมก็ต้องเลือกร้านที่จะซื้อมากกว่าเดิมแน่นอนครับ ผมไม่ไปเดินซื้อในตลาดคลองถมอีกแล้วครับ เพื่อความปลอดภัย ผมสั่งออนไลน์ แบบที่มีประกัน โดยเลือกร้านที่ได้รับเสียงตอบรับที่น่าเชื่อถือจากลูกค้า ดีกว่าครับ หากสนใจ สามารถติดตามอ่านดูรายละเอียดได้ที่ รีวิวกล้องติดรถยนต์ G1W ซึ่งผมได้อธิบายเอาไว้เต็มๆ แล้วครับ

สุดท้ายนี้ ขอขอบคุณทุกท่านที่ติดตาม อ่านเรื่องราวดีๆ ที่ผมเขียนไว้ในเว็บ My Car and I Diary แห่งนี้นะครับ หากเห็นว่ามีเนื้อหาที่เป็นประโยชน์กับท่าน อย่าลืมกด LIKE ที่แฟนเพจ เพื่อติดตาม จะได้ไม่พลาดเวลามีเรื่องราวใหม่ๆ ให้ความรู้เกี่ยวกับรถยนต์ มาอัพเดตกันนะครับ