การเคลมเอาประกัน และการสู้กับการบริการที่ไม่ได้เรื่องของศูนย์ซ่อมสีตัวถัง ที่ไม่ได้ดูแลลูกค้าเลย

486
แบ่งปัน

หลังจากที่รถยนต์ Nissan Almera ของผม โชคร้ายเจอ ของหล่นใส่ โดยคนงาน ที่ต่อเติมภายในของชั้นบนสุดของอาคาร แล้วพลาดไม่ระวัง ทำฝ้าหล่นมาใส่รถ จนกระจกบานหลังแตกยับ สิ่งที่ผมต้องการจะรีบทำให้มากที่สุด ก็คือ การเคลมเอาประกัน และรีบซ่อมให้เร็วที่สุด เพราะถ้าดูกันแบบในมุมมองของพวกเราๆ ผู้ใช้รถ ก็จะรู้ว่า ถ้าต้องการใช้รถไปก่อน ยังไม่ต้องซ่อมสีในส่วนของฝากระโปรงหลัง ก็สามารถแก้ไข หรือซ่อมด้วยการ เปลี่ยนกระจกหลังได้เลย ซึ่งใช้เวลาไม่นาน และตัวผมเองก็คิดแบบนั้น เพราะเมื่อก่อน ก็เคยเปลี่ยนกระจกบานหน้ามาแล้ว ใช้เวลาแค่ไม่กี่ชั่วโมง ก็เสร็จเรียบร้อยแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า ทุกสิ่งทุกอย่าง ในการซ่อม มันไม่ได้ง่ายขนาดนั้น เพราะอะไรน่ะเหรอ มาครับ ผมจะเล่าให้ฟัง รับรองว่า คุณจะได้ความรู้เยอะแยะมากมาย เกี่ยวกับ การซ่อม และการเคลมประกัน รวมทั้งการสู้กับศูนย์ซ่อมสีตัวถัง ที่ไม่ดูแลลูกค้าอีกด้วย ว่าต้องทำยังไง?

การเคลมเอาประกัน กรณีโดนของหล่นใส่ ไม่ได้ถูกชนจากรถคันอื่นที่มีประกัน

ก่อนอื่นเลย เรามาว่ากันถึงเรื่องของ การเคลมเอาประกัน ในกรณีที่รถยนต์ของเรา ได้รับความเสียหายจากคู่กรณีที่ ไม่ได้ขับขี่ยานพาหนะ และไม่มีประกันภัยกันซะก่อน ยกตัวอย่างง่ายๆ ก็กรณีที่รถผม โดนฝ้าหล่นใส่กระจกหลังนี่แหละครับ คู่กรณีคือ คนงานที่ทำการก่อสร้างอยู่ด้านบนอาคาร

เมื่อประกันภัยของผมมา เค้าก็จะทำการออกใบเคลมให้ และขอถ่ายภาพ บัตรประชาชนของคู่กรณีเอาไว้ สำหรับเรียกค่าเสียหาย เวลาที่ผมเอารถเข้าศูนย์ไปซ่อมสีตัวถังเรียบร้อยแล้ว ก็คิดตามจริง กี่บาทก็จะเรียกเก็บเงินจากคู่กรณีไป ซึ่งผมเชื่อว่า ทุกคน ก็เข้าใจตามนี้ แต่ในปัจจุบัน มันไม่ได้มีแค่นี้ครับ

ฝ้าหล่นใส่รถจนกระจกหลังแตก จนร้าวไปทั้งบาน
ฝ้าหล่นใส่รถจนกระจกหลังแตก จนร้าวไปทั้งบาน ไม่สามารถขับขึ่ได้ เพราะอาจจะแตกหล่นลงมาทั้งบาน

ในปัจจุบัน เวลามีอุบัติเหตุ แล้วถ้าเราฝ่ายเรา เป็นฝ่ายถูก จากอุบัติเหตุ เราสามารถเรียกเอาค่าสินไหม หรือ ค่าเดินทางระหว่างเอารถเข้าซ่อม หรือค่าขาดประโยชน์ระหว่างซ่อมรถได้ ทั้งค่าเช่ารถ ค่าแท็กซี่ที่มีใบเสร็จ เพราะเรายังต้องใช้รถเดินทางทุกวัน การที่เราต้องเอารถไปซ่อม จะทำให้เราขาดประโยชน์ และต้องมาเสียค่าใช้จ่ายในการหายานพาหนะทดแทน หรือเสียค่าแท็กซี่ สำหรับการเดินทาง ซึ่งถ้าคู่กรณีของเรา เป็นรถยนต์ด้วยกัน ที่มีประกัน เราก็สามาถเรียกกับ ประกันของคู่กรณีได้เลย (ไม่ใช่เรียกจากประกันของฝ่ายเรานะครับ) ซึ่งเค้ามีอัตราการจ่ายอยู่ ก็ประมาณวันละ 500 บาท เห็นจะได้มั้ง? ราวๆ นี้แหละ ผมไม่แน่ใจเรื่องตัวเลขสักเท่าไหร่

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  เจิม กันชนหน้า เป็นที่เรียบร้อยแล้ว กับ นิสสัน อัลเมร่า

แต่สำหรับในกรณีนี้ มันจะแตกต่างออกไปครับ เพราะว่า คู่กรณีเป็นบุคคล และไม่มีประกัน ดังนั้น เราจึงต้องเรียกเอาจากคู่กรณีเอง ซึ่งตามหลัก ก็ต้องไปแจ้งความที่สถานีตำรวจ เพื่อให้มี จนท.ตำรวจ เป็นพยาน ในการทำข้อตกลง ว่าคู่กรณีจะยอมชดใช้ค่าเสียหายตรงนี้หรือไม่ และเป็นจำนวนเงินวันละเท่าไหร่ จนกว่าเราจะซ่อมรถเสร็จ ซึ่งตรงนี้ ก็ไม่มีปัญหาครับ ผมดำเนินการเรียบร้อย คู่กรณียอมชดใช้ให้ วันละ 500 บาท ก็จบไป

ทีนี้ก็มาถึงเรื่องของการเอารถเข้าไปซ่อม ที่ศูนย์ซ่อมสีตัวถัง ซึ่งผมก็ได้เอารถไปเข้าซ่อมสีตัวถัง ที่ศูนย์แห่งหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยชื่อและสาขาของศูนย์นะครับ) ซึ่งบอกเลยว่า ไม่ประทับใจ ตั้งแต่ตอนรับเรื่อง คือ ขั้นตอนการเคลมประกัน อันนี้ผมเข้าใจ ว่า ทางศูนย์ ต้องทำการตรวจสอบ ประเมินราคา และทำใบประเมิน ส่งให้กับทางประกัน ซึ่งต้องใช้เวลา 2-3 วันทำการ แต่ของผม เจอเข้าไป 5 วัน เรื่องยังไม่เรียบร้อย แล้วยังติดสงกรานต์อีก แทนที่หลังสงกรานต์รถผมจะได้ซ่อมเป็นคิวแรก กลายเป็น ไม่รู้ว่าจะได้ซ่อมเมื่อไหร่ ผมเลยโทรไปหาทางประกันของผม ให้ตรวจสอบ ปรากฏว่า ทางศูนย์ส่งใบประเมินซ่อมไปให้ผิดคน เรื่องก็เลยยังไม่อนุมัติ และเจ้าหน้าที่ทางศูนย์ก็พูดจาแบบไม่ค่อยโอเค คือ โยนภาระให้ลูกค้าอย่างเรา ดังนั้น ผมจึงอยากจะเอามาเล่า วิธีการรับมือ เวลาเจอกับเจ้าหน้าที่ศูนย์ซ่อมสีแบบนี้ครับ

อันดับแรก ถ้ามีปัญหา ตั้งแต่เรื่องการประเมิน หรือ ต้องการให้รถเรา เอาเข้าซ่อมเร็วๆ คือ อนุมัติเรื่องเร็วๆ ให้มาเร่งที่ ประกันของฝ่ายเราครับ ซึ่งประกันจะมี Call Center ให้เราโทรหาอยู่แล้ว เราก็โทรไปเร่งได้เลยครับ ด้วยเหตุผลของเรา ทางประกันเค้าไม่มีปัญหาอยู่แล้วครับ เค้าก็จะติดต่อกับ หน.สาขาประกันในพื้นที่ ที่รถเราเอาเข้าศูนย์ซ่อม แล้วเค้าก็จะโทรคุยกับศูนย์และอนุมัติซ่อมด่วนให้เลย ตรงนี้ ไม่มีปัญหาครับ

ส่วนกรณีที่เจอกับ จนท.ศูนย์ซ่อม ที่โยนภาระให้ลูกค้า คือ ไม่ตามเรื่อง ไม่เร่ง ไม่อะไรให้ บอกให้ลูกค้า รอๆๆ อย่างเดียว อันนี้ไม่ยากครับ โทรไปหา Call Center ของศูนย์ใหญ่ ระดับประเทศเลยครับ ซึ่งผมทำ และผมได้โทรไปร้องเรียนครับ หลังจากโทรไปร้องเรียน ไม่เกิน 1 ชม. ทางศูนย์ซ่อม โทรมาตามเรื่อง ช่วยเหลือเราทันที พูดง่ายๆ คือ เราต้องโทรไปร้องเรียน กับคนที่มีอำนาจ ให้ลงมาช่วยดูแลนั่นเองครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  วิธีดูแลรถยนต์ ให้ใช้ได้ยาวนาน

อย่างกรณีของผม การเปลี่ยนกระจก ซ่อมสี และเปลี่ยนสปอยเลอร์หลัง ไม่มีปัญหาอะไรครับ แต่ที่มีปัญหาก็คือ เรื่องของการติดฟิล์มมาให้ครับ คือ อย่างที่ผมได้รีวิวไปแล้วว่า เพิ่งจะติดตั้ง ฟิล์ม LiteTec อย่างแพงๆ มา กระจกบานหลังของผม หลังเปลี่ยนมา ทางศูนย์เข้าไปให้ร้านข้างนอก ติดฟิล์มใหม่ให้ โดยที่ไม่โทรมาถามเลยว่า ความเข้มบานหลัง ของลูกค้า เข้มเท่าไหร่ ผลคือ ติดฟิล์ม 3M แบบบางๆ มาให้ ผมเห็นปุ๊บ ก็รู้ปั๊บเลยว่า มันบางมาก ไม่เข้มเลย พอทักท้วงไป ทาง จนท.ศูนย์ซ่อมสีตัวถัง ก็บ่ายเบี่ยง โยนภาระมาให้ลูกค้าอีกเหมือนเดิมคือ ความเข้มเท่าเดิม เพราะร้านเค้าวัดจากความเข้มของฟิล์มกระจกข้าง ผมเถียงอยู่นาน ก็ไม่เป็นผล พอเอามาขับใช้งานจริงๆ ร้อนมากๆ กระจกหลัง ฟิล์มบางไป ความเข้มแสง น่าจะแค่ 40% เห็นจะได้ แล้วแบบนี้ผมต้องทำยังไง?

หลังจากซ่อมมาแล้ว จะเห็นว่า ฟิล์มที่ติดมา บางมากๆ
หลังจากซ่อมมาแล้ว จะเห็นว่า ฟิล์มที่ติดมา บางมากๆ จนมองเห็นข้างในเลย ต่างจากของเดิม ที่ติด LiteTec อย่างเข้ม

อันนี้เล่าเป็นประสบการณ์เลยครับ ผมตัดสินใจที่จะสู้ครับ โดยผมโทรไปร้องเรียนกับศูนย์ใหญ่ ระดับประเทศเหมือนเดิม ว่า ทำแบบนี้ไม่ถูกต้อง และต้องการร้องเรียน จากนั้น ผมก็โทรมาที่ประกันของผม ว่า ให้ยกเลิกการจ่ายเงินค่าฟิล์ม ให้กับศูนย์ซะ เพราะขั้นตอน การเคลมเอาประกัน สำหรับงานซ่อมก็คือ ศูนย์ต้องซ่อมให้เสร็จ แล้วส่งใบเก็บเงินค่าซ่อม มาที่ประกันของผม ซึ่งมันช้า ดังนั้น ผมสั่งยกเลิกได้ ว่า เค้าติดฟิล์มมาไม่ถูกต้อง ขอให้ประกัน ไม่ต้องจ่าย และผมจะเอาเงินประกัน ในส่วนของค่าติดฟิล์ม มาติดฟิล์มเอง ผลคือ อนุมัติตามที่ขอครับ

เจ้าหน้าที่ทางศูนย์ซ่อมสีตัวถัง พยายามโทรมาขอเจรจา ประมาณว่า จะติดฟิล์มให้ใหม่ แต่ผมไม่เอาแล้วครับ ผมห่วงรถ เพราะร้องเรียนหลายครั้ง กลัวจะโดนแกล้งต่างๆ นาๆ จึงบอกกับตัวแทนประกันในพื้นที่ของผมไปว่า ไม่เอาครับ ขอให้จบแค่นี้ และไม่จ่ายค่าติดฟิล์ม ซึ่งทางประกัน เค้าก็ดูแลผมเป็นอย่างดี เท่ากับว่า งานนี้ ศูนย์ซ่อมสีตัวถัง ก็ต้องรับผิดชอบค่าติดฟิล์มไปเองนะครับ เพราะติดตั้งมาให้ลูกค้าแบบมั่วๆ ไม่ดูแลงานที่ทำ ไม่โทรมาถามลูกค้าเลยว่า ติดฟิล์มยี่ห้อไหน ความเข้มแสงเท่าไหร่

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  รีวิว ร้านติดฟิล์มรถยนต์ ฟิล์มซิ่ง เฟี้ยวฟ้าว นี่มันห้องแล็ปชัดๆ สุดยอดความประณีต ราคาสบายกระเป๋า

ที่เอามาเล่านี้ ก็เพื่ออยากให้ทุกคน รับรู้เอาไว้ เป็นประสบการณ์ครับ ว่าเราสามารถทำแบบนี้ได้ ไม่ต้องไปทะเลาะครับ เพราะเวลาซ่อม รถเราต้องไปอยู่กับเค้า แต่ให้ใช้การร้องเรียน และการต่อสู้แบบนี้ดีกว่า เราได้เปรียบ และไม่เสียอะไร เพราะเราเป็นคนจ่ายเงินค่าซ่อมให้ศูนย์ (ประกันภัยของเรา) ถ้าเราไม่ได้รับความเป็นธรรม ก็ร้องเรียน และให้ประกันเราพูดแทนเราไปครับ เราพูด เค้าไม่สนใจ เพราะเราไม่ได้จ่ายเงินเอง เค้าจะฟังแต่ประกันของเรา เพราะประกันของเรา เป็นคนจ่ายเงิน ดังนั้น ให้ประกันเราพูด และผมเอง ก็จะไม่ไปใช้บริการที่ศูนย์ซ่อมสีตัวถังแห่งนี้อีกแล้ว ตลอดชีวิต

ส่วนทาง สำนักงานใหญ่ ระดับประเทศ ของศูนย์ซ่อมสีตัวถัง ยี่ห้อดี ดีมากๆ ครับ ดูแลลูกค้า และเข้าใจลูกค้าดีทีเดียว ผมก็เข้าใจว่า เค้าเป็นองค์กรใหญ่ ก็ต้องการจะรักษาชื่อเสียง และแบรนด์เนมของตัวเองเอาไว้ ยี่ห้อเค้าน่ะ รถดีจริง แต่พนักงาน ก็ต้องยอมรับว่า มันก็มีแบบอย่างที่ผมเจอนี่ ปะปนมาเหมือนกัน ดังนั้น มีอะไร ก็ให้โทรไปที่ Call Center เพื่อร้องเรียน และให้เค้าช่วยบีบลงมานะครับ อย่าไปคุย หรือเถียงกับเจ้าหน้าที่ที่รับรถเราไปซ่อม เพราะเค้าก็คงไม่ได้ช่วยอะไรเรามากมาย ถ้าเจออะไรไม่เป็นธรรม แล้วคุยไม่รู้เรื่อง ก็อย่าไปคุยครับ เสียเวลา ร้องเรียนให้ข้างบนบีบลงมา จบครับ ซึ่งผมทำมาแล้ว ได้ผลดีจริงครับ และแน่นอน คุณไม่ต้องไปสนใจว่า จะต้องมาเคลมที่ศูนย์ซ่อมสีตัวถังแห่งนี้ที่เดียว ที่ซ่อมรถ ศูนย์ซ่อมสีตัวถังรถยนต์มีเยอะแยะครับ เราเลือกได้ อันไหนไม่ดี ก็เล่นงานไปเลยครับ แล้วเราก็ย้ายไปเคลมที่อื่น เวลาที่รถเรามีปัญหา ไม่ยากๆ

อย่าลืมเข้าไปพูดคุย และกด LIKE + กดติดตามที่เพจเฟสบุ๊ค MyCarAndIDiary.com กันด้วยนะครับ เพื่อเป็นกำลังใจให้แอดมินด้วย ก็แค่เว็บเล็กๆ ที่เน้นการเล่าประสบการณ์ ที่คุณจะเอาไปใช้ประโยชน์ได้จริงๆ และเป็นเรื่องใกล้ตัวของทุกคน มีอะไรก็เข้าไปพูดคุยกันในเพจนะครับ