ขับรถลุยน้ำท่วม อย่างไร ให้ปลอดภัย และไม่ดับกลางทาง

1472
แบ่งปัน

ช่วงนี้ ฝนตกกันทุกวัน น้ำท่วมขัง เอ๊ะ..ไม่สิ ต้องใช้คำว่า น้ำรอการระบาย ก็มีอยู่ทั่วกรุงเทพ และปริมณฑล เรียกได้ว่า โดนกันถ้วนหน้า ผู้ใช้รถใช้ถนน ก็ต้องระมัดระวัง เรื่องน้ำขังบนถนนให้ดี ไหนๆ ก็มีข่าวว่า รถเฟอร์รารี่ คันละหลายสิบล้าน จมน้ำ “รอการระบาย” แถวแยกพงษ์เพชร วันนี้ ผมก็เลยจะเอาคำแนะนำ เกี่ยวกับการ ขับรถลุยน้ำท่วม มาฝากกันครับ จะได้ไม่พลาด หรือไม่พาตัวเองเข้าไปเสี่ยง ที่จะทำให้ รถอันเป็นที่รักของทุกท่าน เกิดความเสียหาย สำหรับมือเก่า หรือมือเก๋าๆ ที่ขับรถมานานหลายสิบปี ก็คงจะไม่ต้องแนะนำอะไรกันอีกแล้ว ประสบการณ์จากปี 54 คงได้สอนท่านกันไปแล้ว แต่สำหรับมือใหม่ อาจจะต้องอ่านบทความนี้ที่ผมเอาแนะนำกันสักหน่อยนะครับ จะได้ไม่พลาดกัน เสียเวลาในการอ่านนิดหน่อย แต่ได้ความรู้ ที่จะช่วยพาตัวเอง และรถยนต์คู่ใจ ให้รอดจากการโดนน้ำท่วม หรือดับกลางน้ำท่วมได้นะครับ

เทคนิคการ ขับรถลุยน้ำท่วม อย่างไรให้ปลอดภัย?

สำหรับในบทความนี้ จะเน้นในเรื่องของการ ขับรถฝ่าน้ำท่วม หรือ ลุยน้ำท่วม บนถนนเป็นหลักนะครับ สำหรับน้ำขังบนถนนน้อยๆ อันนั้น ผมจะเอาไว้แนะนำกันในบทความต่อๆ ไปนะครับ ก่อนที่เราจะขับลุย หรือฝ่าน้ำท่วมไปนั้น สิ่งแรก และสำคัญที่สุดก็คือ ต้องรู้ก่อนว่า ระดับน้ำที่ท่วมขังบนถนน หรือในซอยนั้นสูงแค่ไหน แล้วเอามาเปรียบเทียบกับความสูงของรถเรา สำหรับรถยนต์ทั่วๆ ไป ระดับน้ำที่จะลุย ไม่ควรเกิน 20 ซม. นะครับ ถ้าสูงมากกว่านั้น อย่าขับลุยไปเด็ดขาดครับ ผลเสียหายจะมากมายทีเดียว ยิ่งรถที่โหลดเตี้ยด้วยแล้ว มีโอกาสโดนน้ำเข้ามาท่วมขังพรมในห้องโดยสารมากมายครับ ซึ่งอันนี้ แม้ไม่ส่งผลกับเครื่องยนต์ ไม่ทำให้รถพัง แต่ทำให้พรมเปียกชื้น และเหม็น เรียกได้ว่า งานเข้าชุดใหญ่ ต้องรื้อพรมออกมาซัก ทำความสะอาดกันหลายวันเลยทีเดียว สำหรับรถยกสูง ก็ไม่ควรเกิน 50 ซม. นะครับ อย่าง Fortuner ของผม ก็จะลุยน้ำแค่ไม่เกิน 30 – 40 ซม. ก็พอแล้วครับ ถ้าสูงกว่านั้น ผมไม่ลุยแน่นอน

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ฟิล์ม LiteTec Hybrid Black รีวิวการใช้งานจริง กันความร้อนได้มากน้อยแค่ไหน

แล้วจะรู้ได้อย่างไร ว่าระดับน้ำที่จะลุย หรือฝ่าเข้าไป มันสูงแค่ไหน?

คำตอบคือ อยู่ที่ความคุ้นเคย ในการใช้เส้นทางครับ ถ้าเราใช้ทุกวัน เราจะรู้ว่า ตรงส่วนไหนของถนนเส้นนี้ สูง หรือว่าต่ำ และควรวิ่งตรงไหน ถึงจะไม่จมลึกมากเกินไป แต่ถ้าไปถนนที่ไม่คุ้นเคย ก็ให้หาสิ่งที่บอกระดับความสูงของน้ำได้ เช่น รถยนต์ที่จอดข้างทาง ให้ดูว่า ระดับน้ำ สูงขึ้นมาแค่ไหน ถ้ายังไม่ถึงลำตัวรถ ก็ถือว่า ลุยฝ่าได้ครับ

ขับรถลุยน้ำท่วม

สำหรับในเมืองไทยแล้ว ถนนส่วนใหญ่ จะนูนกลางและลาดลงด้านข้างถนนนะครับ จึงเห็นได้ว่า เวลามีน้ำท่วม รถส่วนใหญ่ มักจะขับกันกลางถนนตลอด เพราะมันเป็นส่วนที่มีระดับน้ำตื้นที่สุดนั่นเอง เอาล่ะ เมื่อวิเคราะห์ และตัดสินใจได้แล้ว ว่ารถของเรา สามารถลุยน้ำได้ สิ่งที่ต้องรู้ต่อมาก็คือ เทคนิคในการขับรถลุยน้ำ นั่นเองครับ

เทคนิคการขับเพื่อลุยน้ำท่วมขังนั้น มีเพียง 3 อย่างเท่านั้น ก็คือ

1. ห้ามเปิดแอร์

2. ห้ามเร่งคันเร่งแรงๆ หรือขับเร็วๆ

3. ห้ามปล่อยคันเร่ง ต้องเหยียบค้างไว้ตลอด

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  อัลเมร่า ขับเร็วแค่ไหน ถึงจะประหยัดน้ำมันที่สุด

มีแค่นี้เองครับ เท่านี้จริงๆ ไม่มีเทคนิคอะไรมากเลย เหตุผลก็ง่ายๆ ทำยังไงก็ได้ ไม่ให้น้ำมันเข้าไปในท่อไอเสีย และเข้ามาในห้องเครื่อง การที่ไม่เปิดแอร์ เวลาขับรถฝ่าน้ำท่วม ก็เพื่อป้องกัน ไม่ให้พัดลมแอร์ ตีน้ำให้กระเด็นเข้ามาในห้องเครื่อง เหมือนเป็นการพัดเอาน้ำเข้ามาที่ห้องเครื่องยนต์นั่นแหละครับ ซึ่งในเครื่องยนต์ ก็กันน้ำอะไรไม่ได้มากมายนักนะครับ โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ระบบไฟ ตามข้อต่อของปลั๊กต่างๆ ไม่กันน้ำนะครับ

ส่วนเรื่องของการ เหยียบคันเร่ง เดินเครื่องรอบเบาๆ ขับไปช้าๆ ตลอด อย่าถอนคันเร่งนั้น ก็เป็นการสร้างแรงดันในท่อไอเสีย ให้ขับไอเสีย เหมือนเป็นลม ดันออกมาจากท่อไอเสียตลอดเวลา เป็นการป้องกัน ไม่ให้น้ำเข้าไปในท่อไอเสีย เมื่อใดก็ตามที่ถอนคันเร่ง น้ำจะเข้าไปในท่อไอเสียทันที ซึ่งอาจทำให้เครื่องดับได้ เนื่องจากไม่สามารถระบายท่อไอเสียได้ และยังดูดน้ำเข้าไปในห้องเครื่องยนต์แทนอีก สังเกตง่ายๆ ในช่วงเหตุการณ์น้ำท่วมปี 54 มีคนเอารถไปต่อท่อไอเสียให้สูงๆ ขึ้นมาเต็มไปหมด ก็ด้วยเหตุผลนี้แหละครับ ป้องกันไม่ให้น้ำเข้าไปในท่อไอเสีย

เทคนิคที่ผมแนะนำมานี้ สามารถเอาไปใช้ขับรถออฟโร้ด (Offroad) ลุยในระดับน้ำสูงๆ ได้เลยนะครับ เป็นเทคนิคแบบเดียวกัน เวลาขับรถลุยน้ำ ถ้าน้ำลึก ก็ให้ขับช้าๆ แต่ถ้าน้ำตื้น ก็ให้ขับเร็วๆ เหตุผลก็คือ ยิ่งน้ำลึก แรงของน้ำ ก็จะพยุงตัวรถ ทำให้การเกาะตัว กับพื้นถนนทำได้ไม่ดี การเร่งล้อให้หมุนเร็วๆ จะทำให้รถลื่นไถล แทนที่จะไปเร็ว กลับช้า และบังคับได้ยากขึ้นอีกด้วย ดังนั้น การขับช้าๆ ในน้ำลึก จึงปลอดภัยที่สุด ส่วนน้ำตื้นๆ ประมาณครึ่งล้อ สามารถขับเร็วๆ ได้เลยครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  การเคลมเอาประกัน และการสู้กับการบริการที่ไม่ได้เรื่องของศูนย์ซ่อมสีตัวถัง ที่ไม่ได้ดูแลลูกค้าเลย

เทคนิคทั้งหมด ก็มีแค่นี้แหละครับ ง่ายมั้ยครับ?

อย่างที่ผมได้แนะนำไปแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุด ของการ ขับรถลุยน้ำท่วม ก็คือ การวิเคราะห์ และการประเมินระดับน้ำ ของผู้ขับขี่ครับ ซึ่งถ้าผู้ขับขี่ ไม่คุ้นเคยกับถนน หรือเส้นทางนั้นๆ มาก่อน แนะนำว่า อย่าเสี่ยงขับฝ่าไปเด็ดขาด เพราะจะไม่รู้เลยว่า ระดับน้ำนั้น มีความลึกแค่ไหน และส่วนไหนของถนน ที่ตื้นที่สุด อย่าคิดว่า เห็นรถคันหน้า ขับลุยไปได้ เราก็น่าจะไปได้เช่นกัน แล้วก็ตามไป แบบนี้ มีแต่พังกับพังครับ ยกตัวอย่างง่ายๆ ขนาดผมใช้ Toyota Fortuner ขับในกรุงเทพ ถ้าตรงไหน สูงเกินจนท่วมฟุตบาทริมทางเท้า ผมก็จะไม่ฝ่าไปครับ แต่จะเปลี่ยนไปใช้เส้นทางอื่น ยกเว้น เป็นเส้นทางที่ผมคุ้นเคย ผมก็จะวิ่งในจุดที่ผมรู้ว่า ถนนส่วนนั้นสูงที่สุด และมีระดับน้ำตื้นที่สุด แต่ถ้าไปต่างจังหวัด ผมจะกลับรถ แล้วไม่ฝ่าไปครับ เพราะไม่คุ้นกับถนนนั้นๆ ปลอดภัยเอาไว้ก่อนดีกว่าครับ