ตรวจเช็ครถ ก่อนเดินทางไกล ง่ายๆ ใครๆ ก็ทำได้ ใช้เวลาไม่นาน

2215
แบ่งปัน

พอถึงเทศกาลทีไร หัวใจก็ล่องลอย อยากจะขับรถออกไปเที่ยวต่างจังหวัดทุกที ไม่รู้ว่าทำไม ขับรถเที่ยวต่างจังหวัด หลายชั่วโมง ไม่มีคำว่าเหนื่อย ไม่มีคำว่าท้อ แต่พอขับในกรุงเทพ เจอรถติด ชั่วโมงสองชั่วโมง กลับเหนื่อยหน่าย หงุดหงิด ง่วง เซ็ง และเครียดจนจะเป็นบ้า ทุกท่านรู้สึกเหมือนผมมั้ยครับ? พูดไปพูดมา เดี๋ยวจะออกนอกเรื่องไปกันใหญ่ เอาเป็นว่า เมื่อถึงเทศกาล ที่ต้องขับรถออกต่างจังหวัดไปเที่ยว หรือกลับบ้านในระยะทางที่ไกลๆ แบบนี้ ก่อนจะเดินทาง ก็ต้องทำการ ตรวจเช็ครถ ให้มีความพร้อมเสียก่อน ไม่ใช่ให้ไปเสียกลางทาง แล้วค่อยมาแก้ปัญหาตอนนั้น เพราะถ้าเสียกลางทางขึ้นมา แม้ว่าเรื่องเงินอาจไม่ใช่ปัญหา แต่เรื่อง “เวลา” ที่เสียไป ทำให้ไม่ได้เที่ยว นั่นคือ “ความเซ็ง” ที่หาอะไรมาทดแทนไม่ได้นะครับ ดังนั้น ถ้าไม่อยากเซ็ง ผมแนะนำว่า ให้ทุกท่าน ทำการ ตรวจเช็คสภาพรถ ให้ดีครับ แล้วมันจะตรวจเช็คได้ยังไงนั้น ผมมีวิธีมาแนะนำครับ

วิธีการ ตรวจเช็ครถ ก่อนเดินทางไกล แบบง่ายๆ ที่ใครๆ ก็ทำได้

เช็คเครื่องยนต์

อันนี้คือหัวใจหลักเลย ถ้าเสียขึ้นมา งานใหญ่ครับ ดังนั้น ผู้ขับรถ ต้องใส่ใจดูแลให้มากๆ ถ้าไม่สิ้นเปลืองเงินมากเกินไป แนะนำว่า เปลี่ยนน้ำมันเครื่องเลยครับ ก่อนเดินทางไกล สบายใจที่สุดครับ แต่ถ้าเพิ่งเปลี่ยนมา และยังอยู่ในสภาพดี ก็ต้องตรวจเช็คปริมาณน้ำมันเครื่อง ด้วยการวัดระดับครับ ดูสีว่า ดำมากไหม ถ้าน้ำตาลอ่อนๆ ก็ถือว่า ยังดีอยู่ครับ และตรวจดูว่า รั่วหรือไม่ โดยการดูในตอนเช้า ว่ามีน้ำมันหยดลงบนพื้น ใต้ห้องเครื่องหรือไม่ ถ้าไม่มี ก็สบายใจได้ครับ ถ้ามีหยด อันนี้ต้องรีบนำเข้าอู่ หรือศูนย์บริการทันทีครับ นอกจากนั้น สิ่งที่ต้องตรวจเช็คต่อมาก็ได้แก่

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ความรู้สึกหลังจาก เปลี่ยนกรองเกียร์ CVT มาแล้ว เป็นอย่างไรบ้าง

เช็คเครื่องยนต์-ก่อนเดินทาง

น้ำมันเกียร์ ต้องเช็คดูว่า อยู่ในระดับที่ดีหรือไม่ รถทุกคัน จะมีตัววัดระดับน้ำมันเกียร์อยู่ ก็เหมือนกับตัววัดระดับน้ำมันเครื่องนั่นแหละครับ ( แต่ในนิสสันมาร์ช และอัลเมร่า หมดสิทธิ์ครับ มันไปแอบอยู่ซะหยิบวัดไม่ได้เลย ) ถ้าใกล้จะถึงเวลาที่ต้องเปลี่ยนแล้ว ผมแนะนำว่า ให้เปลี่ยน ก่อนออกเดินทางไกลเลย จะดีกว่าครับ

น้ำมันเบรก ตรวจเช็คว่า ยังอยู่ในสภาพดีหรือไม่ ด้วยการดู ดูด้วยสายตาเรานี่แหละครับ ว่ามันอยู่ในระดับเต็ม Max หรือไม่ และมีสีอย่างไร สีต้องไม่เหลืองเข้ม จนออกน้ำตาล หรือดำนะครับ น้ำมันเบรกที่ดี ต้องสีเหลืองอ่อนจนแทบจะใสเลย ถ้าสีเข้มขึ้น แสดงว่า สภาพเริ่มไม่ค่อยดีครับ

แบตเตอรี่ สำคัญมากๆ แบตใครที่เก่า หรือมีอายุ 2 ปีแล้ว เปลี่ยนเลยครับ ยิ่งพวกแบตแห้ง ให้รีบ เปลี่ยนแบต เลยครับ แต่ถ้าเพิ่งซื้อมา แค่ปีกว่าๆ สภาพยังดี ไฟยังแรง ก็ยังไม่จำเป็นต้องเปลี่ยนนะครับ

หัวเทียน อันนี้หลายคน มักจะมองข้าม ทั้งๆ ที่จริงๆ แล้ว มีความสำคัญมากๆ ไม่แพ้แบตเตอรี่ เพราะมันเป็นตัวจุดระเบิด ถ้าถึงเวลาสมควรที่จะเปลี่ยน ก็ควร เปลี่ยนหัวเทียน ให้เรียบร้อย ก่อนเดินทางครับ

กรองอากาศ ถ้าไม่เคยเปลี่ยน ก็ไปซื้อมาเปลี่ยนซะ แค่นั้นครับ อย่าไปทนใช้ของเก่า เพราะเวลาออกต่างจังหวัด เราไม่รู้ว่า รถเราจะต้องไปเจออากาศที่มีฝุ่นมากแค่ไหน การที่เปลี่ยนกรองอากาศแบบที่ดีๆ จะช่วยทำให้ลดความเสี่ยง ที่จะทำให้เกิดความเสียหาย กับเครื่องยนต์ไปได้ครับ

สายพาน อันนี้ก็ให้ดูด้วยตาครับ ถ้ามืด มองไม่ค่อยเห็น ให้ใช้ไฟฉาย ส่องลงไปดู ว่าด้านในของ สายพาน มีรอยร้าว หรือรอยปริแตกหรือไม่ ถ้ามี ก็ต้องเปลี่ยนครับ อย่าให้สายพาน ไปขาดกลางทาง งานจะเข้านะครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  อัลเมร่า ขับเร็วแค่ไหน ถึงจะประหยัดน้ำมันที่สุด

สุดท้ายก็คือ การฟังเสียงครับ สตาร์ทเครื่องยนต์ แล้วฟังเสียง ว่ามีเสียงแปลกๆ พวก อิ๊ดๆ แก๊กๆ หรือเสียงอะไรที่มันดังผิดปกติ ว่ามีหรือไม่ เสียงพวกนี้ เป็นตัวบอกอาการ ว่ามีปัญหาครับ ถ้ามี ก็รีบนำเข้าไปตรวจเช็คที่อู่ทันทีครับ

ระบบขับเคลื่อน

ยาง ตรวจเช็คดูลมยาง ว่าพอดีตามที่มีคำแนะนำอยู่ตรงข้างประตูคนขับหรือไม่ อย่าเติมจนแข็งไป ให้เติมตามเกณฑ์ที่กำหนดนะครับ รวมทั้งดูด้วยว่า ดอกยาง มันหมดหรือยัง ถ้าหมดแล้ว ก็ต้องรีบเปลี่ยน ก่อนออกเดินทางไกลครับ

เบรก อันนี้ ผมหมายถึงผ้าเบรก ต้องตรวจดูว่า ผ้าเบรกใกล้หมดหรือไม่ หรือสายเบรก หย่อนเกินไปหรือไม่ วิธีทดสอบ ก็ลองเบรกดูครับ ถ้าเบรกแล้ว รู้สึกไม่อยู่ ไม่จึ๊กๆ ก็แสดงว่า ผ้าเบรกเริ่มหมด แล้วถ้าต้องกดเบรกจนลึกมาก หรือดึงเบรกมือขึ้นได้ง่ายมากๆ ไม่มีแรงต้านเลย แสดงว่า สายเบรกหย่อน ต้องทำการตั้งสายเบรกด้วยนะครับ เรื่องพวกนี้ ต้องตรวจสอบอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่แค่ตอนที่จะออกไปเที่ยวต่างจังหวัดเท่านั้นนะครับ

ลูกปืน อันนี้ง่ายมากครับ ถ้าวิ่งแล้วมีเสียงอี๊ดๆ ดังผกผันตามความเร็วที่วิ่ง คือวิ่งช้า ดังมาก ยิ่งวิ่งเร็ว เสียงยิ่งค่อยๆ ลงไป ถ้าเจอแบบนี้ชัวร์ครับ ลูกปืนแน่นอน ให้ทำการเปลี่ยนโดยทันทีครับ

ตรวจเช็ครถ-ก่อนเดินทางไกล

โช๊คอัพ แตกหรือไม่ อันนี้ต้องไปตรวจเช็คที่อู่ หรือที่ศูนย์บริการครับ

ถอดโช๊คมาดู

ลองฟังดูเวลาขับขึ้นเนิน หรือลงหลุม โดยขับให้ช้ามากๆ เพื่อฟังว่า มีเสียงเอี๊ยดอ๊าด อะไรหรือไม่ และดูว่า รถยังโยกดีอยู่หรือเปล่า นี่เป็นการตรวจสอบโช๊คอัพขั้นต้นด้วยตัวเองครับ

โดยรวมแล้ว ทุกอย่าง จะเป็นการตรวจด้วยสายตา และใช้ความรู้สึกของคนขับเป็นหลัก ถ้าเราใช้รถอยู่ทุกวัน เราจะรู้ว่า รถเรามีปัญหาเรื่องอะไร และควรทำอะไร ก่อนออกเดินทางไกลอยู่แล้ว สิ่งที่ผมเป็นห่วงที่สุดก็คือ คนที่คิดจะเอารถที่ไม่ได้ใช้ทุกวัน แต่จอดเป็นส่วนใหญ่ ขับออกไปเที่ยวต่างจังหวัด อันนี้น่าเป็นห่วงมากครับ เพราะมีความเสี่ยง ที่จะเสียกลางทางได้มากที่สุด รถยนต์ ถ้ายิ่งวิ่งทุกวัน ใช้งานทุกวัน ก็มักจะไม่ค่อยมีปัญหา แต่ถ้าเอาแต่จอดเป็นส่วนใหญ่ มักจะมีปัญหามากมาย ส่วนใหญ่จะเป็นเรื่องของ ระบบขับเคลื่อน ที่มักจะมีปัญหา เนื่องจากไม่ได้ขยับมาเป็นเวลานาน รวมทั้งยาง ที่จอดนานๆ อาจทำให้เกิดอาการ ยางบวม ได้อีกด้วย

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  ขับรถลุยน้ำท่วม อย่างไร ให้ปลอดภัย และไม่ดับกลางทาง

จะเห็นได้ว่า อันที่จริงแล้ว ขั้นตอนการ ตรวจเช็ครถ ก่อนเดินทางไกล นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากอะไรเลย เป็นเรื่องง่ายๆ ที่ไม่ว่าใครๆ ก็ทำได้ เพียงแต่ต้องให้ความใส่ใจ ไม่ใช่ว่า ถึงเวลาวันหยุด ก็โดดขึ้นรถ ขับออกไปเที่ยวเลย แบบนั้น เสี่ยงมากครับ แต่ก็เข้าใจ เพราะบางคน ซื้อรถมือหนึ่ง มาตั้งแต่ป้ายแดง ก็ใช้งานแบบไม่สนใจอะไรมาตลอดอยู่แล้ว ก็รถป้ายแดง สภาพยังใหม่ ทุกอย่างยังฟิต ก็ไม่ต้องห่วงอะไรสิครับ แต่พอใช้มา เข้าปีที่ 3 อันนี้ ก็ต้องเริ่มหันมาให้ความสนใจกันได้แล้ว เพราะสภาพทุกอย่าง มันเริ่มเสื่อมไปตามเวลา และสภาพการใช้งาน จะไม่สนใจ เอาแต่ใช้เพียงอย่างเดียวไม่ได้

รถมันก็เหมือนคนครับ ไม่สนใจ ไม่ดูแล ถึงเวลาเจ็บป่วยขึ้นมา มันไม่เป็นโรคเล็กๆ นะครับ แต่มันเป็นโรคใหญ่ๆ อย่างมะเร็งทีเดียวเลย รถก็เหมือนกัน ถ้าเอาแต่ใช้ ไม่ดูแล เวลามันพังขึ้นมาที มันพากันพังหลายส่วน เสียเงินทีนึงเยอะเลยนะครับ

ใส่ใจรถของตัวเองกันสักนิดครับ จะได้ไม่ต้องเสียเวลา เสียเงิน และเสียความรู้สึก เวลารถเสียกลางทาง ด้วยความห่วงใยจาก แอดมิน เว็บไซต์ My Car and i Diary