จะตัดสินใจทำ ประกันภัยรถยนต์ กับบริษัทไหนดี

1297
แบ่งปัน

ก่อนอื่นต้องเกริ่นนำสักเล็กน้อย ว่าตัวผู้เขียนเองอย่างผมนั้น มีประสบการณ์ การทำ ประกันภัยรถยนต์ มานานแค่ไหนแล้ว การทำ ประกันภัย รถยนต์ ในที่นี้ ที่ผมพูดถึง คือหมายถึง ผมเป็นลูกค้านะครับ ไม่ใช่ว่าผมเป็นนายหน้าขาย ประกันรถ แต่ประการใด แต่ผมมีประสบการณ์ค่อนข้างจะมาก เพราะผมเองมี รถยนต์ หลายคัน ซึ่งรถแต่ละคัน ผมก็ทำประกันกับ บริษัทประกันภัย ที่แตกต่างกันไป ทำไมเหรอครับ? ก็เพราะว่า ผมอยากจะรู้ว่า บริษัทไหน บริการดีที่สุด และเคลมดี ดูแลดีที่สุดไงครับ หลายคน มีรถหลายคัน แต่เลือกที่จะทำประกัน กับรถทั้งหมดทุกคันที่มี กับบริษัทประกันเพียงบริษัทเดียว จะแน่ใจได้อย่างไรครับ ว่าบริษัทนั้น จะบริการประทับใจ หรือดูแลเราดีจริง อันนี้หลายคน อาจจะเริ่มสงสัยแล้วว่า บริษัทประกันภัย เค้าก็บริการเหมือนกันหมดนั่นแหละ ไม่เห็นจะแตกต่างกันตรงไหนเลย ที่แตกต่างจริงๆ ก็เป็นเรื่องของ ประเภทของ ประกันภัย มากกว่า ว่าเป็น ประกันชั้น 1 หรือ ชั้น 2 หรือ ชั้น 3 แต่เอาเข้าจริงๆ แล้ว เรื่องของบริการนั้น สำคัญมากๆ ลองมาดูประเด็นที่ผมกำลังจะยกตัวอย่างให้เห็นภาพนะครับ

จะตัดสินใจทำ ประกันภัยรถยนต์ กับบริษัทไหนดี

ผมเอง เคยทำ ประกันภัยรถยนต์ กับบริษัท ประกันภัย บริษัทหนึ่ง ที่เรียกได้ว่า มีชื่อเสียงพอสมควร และอยู่มานาน มีความมั่นคงค่อนข้างสูง พูดง่ายๆ ว่า บริษัทเค้ามีรากฐานดี มั่นใจได้ว่า ไม่มีล้มแน่นอน ผมจึงมั่นใจ และทำประกันกับเค้า จนมาวันนึง ก็มีอุบัติเหตุเกิดขึ้น ผมขับรถไปเฉี่ยว โดนกันชนรถคันข้างหน้า ที่เป็น รถยนต์ส่วนบุคคล เช่นเดียวกัน ไม่ใช่แท็กซี่นะครับ แผลเล็กน้อย คุยกันได้ จึงตกลงที่จะเรียกประกัน ก็โทรไปที่ Call Center ปรากฏว่า ไม่มีคนรับสายครับ เวลาตอนที่โทรนั้น คือเวลา 13.40 น. ถือสายรถ เนื่องจากระบบอัตโนมัติเค้าบอกว่า คู่สายเต็ม ให้รอ พอว่างแล้ว ก็จะถึงคิวเรา รอประมาณ 3 นาที ระบบก็ตัดสายไป อ้าว มันเกิดอะไรขึ้น ไม่เป็นไร สายอาจหลุด ลองโทรใหม่ เหมือนเดิม ไม่มีคนรับ ปล่อยให้รอ แล้วสายก็หลุดไป เป็นแบบนี้ 4-5 ครั้ง กินเวลาไปถึง 15 นาทีเต็มๆ โดยที่ไม่ได้อะไรเลย ผมยังไม่ได้แจ้งอะไรกับ พนักงานประกันของผมเลย แต่ประกันภัย ของคู่กรณี รับทราบ และกำลังมาถึงแล้วครับ วันที่เกิดเหตุ ก็เป็นวันราชการ เวลาก็เป็นเวลาราชการ ไม่ใช่วันหยุด แล้วมันเกิดอะไรขึ้นครับ นี่ถ้าเกิดเหตุเป็นอุบัติเหตุแบบฉุกเฉิน หรือคนขับเป็นผู้หญิง ขับไปเกิดอุบัติเหตุ ชนกับพวกคนไม่ดี ที่ชอบใช้กำลัง จะทำยังไงครับ ลองนึกๆ กันดูนะครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  เคลม ซ่อมสีกันชน ด้านหน้า รอบที่ 2 (อีกแล้ว) ศูนย์นิสสัน กรุงไทย รามอินทรา กม.4

และแล้วจนเวลาผ่านไป 20 นาที ประกันภัย ของคู่กรณี ก็เดินทางมาถึง โดยที่ผม ยังแจ้ง จนท.ประกันภัย ของฝั่งผมไม่ได้เลย นี่มันเกิดอะไรกันขึ้นครับ เค้าก็เข้ามาคุยกับผม ผมก็ได้แต่บอกว่า รอแปปนึง รอให้ประกันของฝ่ายผมมาถึงก่อน สักพัก ก็มีเบอร์โทรเข้ามาใน มือถือ ของผม ปรากฏว่า เป็น จนท. จาก Call Center โทรมาถามว่า เมื่อกี้โทรมาแจ้งอุบัติเหตุใช่มั้ยคะ ผมก็เลยตอบไปว่า ใช่ แล้วก็ทำการแจ้งเหตุ รออีก 20 นาที กว่าเจ้าหน้าที่ประกันภัยฝ่ายผม จะเดินทางมาถึง เสียเวลาไป 1 ชั่วโมง กับอีก 15 นาที กว่าจะทำอะไรเสร็จ แล้วถึงได้แยกย้าย ประสบการณ์ในครั้งนี้ สอนอะไรผมครับ มาๆ ผมจะแนะนำให้ครับ

วิธีการเลือกซื้อ ประกันภัยรถยนต์ จากบริษัทที่บริการดีที่สุด

1. โทรไปที่ Call Center ก่อนเลยครับ โทรไปก่อนที่จะตัดสินใจ ซื้อประกันภัย จากบริษัทนั้นๆ ที่เราเล็งๆ อยู่ครับ เช่น ถ้ามีเล็งๆ เอาไว้ 2-3 บริษัท โทรไปเลยครับ ดูว่ามีคนรับหรือเปล่า ลองโทรในเวลาที่หลากหลายดู ตอนสายๆ บ้าง ตอนบ่ายๆ บ้าง เพื่อตรวจสอบว่า เวลาฉุกเฉินขึ้นมา จะมีคนรับสายเรามั้ย ไม่ต้องโทรเข้าไปในส่วนที่เป็นการ แจ้งอุบัติเหตุ นะครับ แต่ให้โทรเข้าไปที่ส่วนกลาง เพื่อคุยกับ โอเปอร์เรเตอร์ อะไรแบบนั้นครับ บางคนอาจจะมองว่า คำแนะนำข้อนี้ของผม ไม่ได้เรื่อง เป็นการสร้างความเดือดร้อน ให้กับบริษัทประกันนั้นๆ เกิดมีใครเดือดร้อนจริงๆ แล้วคู่สายเต็ม โทรเข้าไม่ได้ ก็แย่สิ ไม่ใช่ครับ ถ้าบริษัทนั้น เป็นบริษัทประกันที่ใหญ่จริง ดูแล และใส่ใจลูกค้าจริง ต้องเปิดจำนวนคู่สาย เอาไว้ให้มากพอ สำหรับปริมาณการโทรเข้า ในจำนวนมหาศาลได้ ไม่ใช่ว่า มีลูกค้า 3 แสนคน แต่เปิดคู่สายเอาไว้ที่ 10 ช่อง แบบนี้ มันไม่เอาเปรียบลูกค้าไปเหรอครับ คนโทรมาก็ต้องรอกันไป เกิดวันนึง มีอุบัติเหตุ เกิดขึ้นในเวลาไล่เลี่ยกัน 20 ครั้ง แค่นี้ก็วุ่นแล้วครับ ดังนั้น เราจะเลือกบริษัทที่ไม่ใช่ใหญ่แต่ชื่อเสียง หรือโฆษณาในทีวีเยอะ แต่ต้องสามารถติดต่อได้ตลอดเวลา และมีคนรับเรื่องของเราได้ตลอดเวลาเช่นกัน

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  เช็คระยะ Nissan Almera ตั้งแต่ 10,000 - 100,000 กม. มีเปลี่ยนและทำอะไรบ้าง

ประกันภัยรถยนต์ บริการแย่

2. อย่าเลือกที่เบี้ยประกันถูกเพียงอย่างเดียว ใครๆ ก็อยากได้ประกันภัย ที่มีเบี้ยประกันถูกๆ จริงมั้ยครับแต่ถูกสุดๆ เพียงอย่างเดียว มันคงไม่พอครับ ในอดีตก็เคยประสบการณ์มาแล้ว กับบริษัทประกัน ที่มีเบี้ยประกันถูกแบบสุดๆ คนแห่ไปทำกันมากมาย แต่เกิดเหตุใหญ่โตขึ้นมา บริษัทประกันนั้น ก็ต้องเจ๊ง เพราะทุนในการจ่ายประกันไม่พอ รายจ่ายมากกว่ารายรับ แล้วก็ต้องปิดตัวลง เจ๊งไปในที่สุด ไม่ดีนะครับแบบนี้ เลือกเอาที่มีเบี้ยในราคาที่เหมาะสม อาจจะต่างจากที่อื่นสักร้อยกว่าบาท ก็ไม่เป็นไรครับ เอาบริษัทที่มั่นคง และบริการดีไว้ก่อนครับ

3. อย่าซื้อเพราะเชื่อนายหน้า ใจเขาใจเราครับ ถ้าเราเป็นนายหน้า เราจะขายสินค้าชนิดไหนครับ ระหว่างสินค้าที่ขายแล้ว ได้ค่าคอมมิชชั่นน้อย กับอีกชิ้นนึง ถ้าขายแล้วจะได้ค่าคอมมิชชั่นเยอะ แต่คุณภาพอาจแย่หน่อย ถ้าคุณเป็นคนขายประกัน ก็ต้องขายในส่วนที่จะได้ค่าคอมเยอะๆ จริงมั้ยครับ ส่วนลูกค้าจะเป็นไง ก็ช่างมัน อนาคตเป็นสิ่งไม่แน่นอน แม้ว่าประกันที่ขายไป อาจจะบริการไม่ดี แต่ลูกค้าคนนั้น อาจจะขับดีมาก จนไม่เกิดอุบัติเหตุเลยก็ได้ ดังนั้นศึกษาด้วยตัวเองครับ ปัจจุบัน เงื่อนไขการประกันภัย และข้อมูลต่างๆ ของแต่ละบริษัท ก็มีอยู่ในอินเตอร์เน็ตหมดแล้ว หาข้อมูลหน่อย แล้วลองมาเปรียบเทียบกันดูครับ

4. เลือกซื้อให้ตรงกับที่ต้องการ ยกตัวอย่างเช่น ถ้าคุณมีงานประจำที่ต้องใช้ รถยนต์ ทุกวัน จำเป็นจริงๆ และมีรถยนต์เพียงคันเดียว คุณก็ควรจะเลือกประกันที่มีรถให้คุณใช้ เวลาที่คุณเอารถไปส่งซ่อม อันนี้จะช่วยคุณได้เยอะจริงมั้ยครับ แต่ถ้าคุณมีรถที่บ้านหลายคัน ถ้าเกิดเอารถส่งซ่อม ก็มีรถอีกคันเอาไว้ใช้ ก็เลือกเอาประกันจากค่ายอื่น ที่มีราคาถูกกว่า และบริการที่ดีกว่าไปครับ อย่ามาเลือกแบบที่ มีรถให้ใช้ระหว่างซ่อม เพราะมันไม่จำเป็นสำหรับคุณ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  วิธีเลือกซื้อ GPS Tracker ติดรถยนต์ ต้องดูอะไร

เคลม ประกันภัยรถยนต์ ประกันชั้น 1

5. อย่าไปสนว่า ซ่อมศูนย์ หรือซ่อมอู่ เพราะทั้งอู่ และศูนย์บริการรถยนต์ มีสิ่งหนึ่งที่เหมือนกันก็คือ “คน” ครับ คนคือตัวแปรของทุกอย่าง ศูนย์ดีๆ ที่ใช้คำว่า ได้มาตรฐาน ก็ไม่ได้แปลว่า จะทำการ ซ่อมสี ตัวถัง ออกมาได้มาตรฐานตามที่บอกเอาไว้นะครับ ผมเจอมาแล้ว หาอ่านดูได้ในเวบนี้เลยครับ อู่ซ่อมสี ตัวถัง ก็มีมากมาย มีทั้งดี ทั้งเลว แตกต่างกันไป ก่อนจะตัดสินใจไปทำที่ไหน ก็หาข้อมูลสักนิด อย่าใจร้อน หรือคิดแต่ว่า มันใกล้บ้านเพียงอย่างเดียว การซ่อมสี และตัวถัง ถือเป็นเรื่องสำคัญกว่า ซ่อมเครื่องยนต์อีกนะครับ เพราะมันแก้ยาก เครื่องยนต์ทำไปไม่ดี ยังเอาไปแก้ที่ไหนก็ได้ แต่สีนี่แก้ยาก แถมยังต้องแก้กับอู่ที่ทำไปเท่านั้น เคลมได้ภายในระยะเวลา 6 เดือน บางที่ประกันผลงานถึง 1 ปี ก็มีเยอะแยะไป อย่าไปยึดติดมากครับ กับคำว่า ซ่อมห้าง หรือ ซ่อมศูนย์ เพราะมันก็อาจจะไม่ดีอย่างที่คุณคิดเสมอไป ซ่อมอู่ดีๆ งานแจ่มๆ ก็มีเยอะแยะ ถมเถไปครับ

สุดท้าย ผมอยากจะขอฝากไว้สักนิด กับเรื่องของ ประกันภัยรถยนต์ เนื่องจากการซื้อ ประกันรถ ในปัจจุบันนั้น จะเน้นไปที่การซื้อจากโบรกเกอร์ หรือนายหน้าขายประกันเป็นส่วนใหญ่ และมักจะได้ราคาถูกมากๆ ถูกกว่าไปซื้อจาก บริษัทประกันนั้นๆ โดยตรงเสียอีก แต่นั่นก็ทำให้เกิดปัญหาขึ้นเหมือนกัน เพราะมีมิจฉาชีพจำนวนมาก ใช้วิธีการขายประกันถูกๆ แต่เป็นประกันปลอมออกมามากมาย คนที่ไม่รู้ หลงเชื่อ ก็ทำประกันปลอมไป พอเกิดอุบัติเหตุขึ้นมา ก็เคลมไม่ได้ เพราะไม่ได้ทำกับบริษัทนั้นๆ จริงๆ เป็นเพียงเอกสารปลอมชุดหนึ่ง ที่ทำออกมาหลอกขายเท่านั้น ดังนั้นเมื่อคุณจะทำการซื้อประกันรถยนต์ ควรจะซื้อจาก นายหน้าที่รู้จักจริงๆ เชื่อถือได้ หรือโบรกเกอร์ที่เชื่อถือได้ และอย่าจ่ายเงินง่ายๆ ด้วยการโอนเข้าบัญชีเป็นอันขาด แนะนำให้ใช้ แคชเชียร์เช็ค จะดีที่สุด เพราะสั่งจ่ายกับทางบริษัทประกันนั้นได้ หากพบว่า มีนายหน้าคนไหน บอกให้เราเขียนแคชเชียร์เช็ค แล้วสั่งจ่ายเป็นชื่อบุคคล แสดงว่า ไม่ปลอดภัยแล้วครับ อาจจะเป็นมิจฉาชีพได้ และทันทีที่ได้รับเอกสารประกันภัยมา ต้องรีบโทรเช็ค ตรวจสอบกับบริษัทประกันนั้นๆ ทันที ว่ามีข้อมูลประกันภัย รถยนต์ ของเราแล้วจริงๆ หรือไม่