รถพลังงานไฟฟ้า Nissan Almera ใช้ไฟฟ้า 100% ในไทย เป็นไปได้แล้วนะ

10646
แบ่งปัน

จากที่ก่อนหน้านี้ ผมได้เขียนเรื่องเกี่ยวกับ รถยนต์ไฟฟ้า Tesla กันไปแล้ว หลายคนอาจจะรู้สึกว่า ไร้สาระ และอ่านไปแบบผ่านๆ เพราะทุกท่าน อาจจะคิดว่า มันเป็นเรื่องที่คงจะยังไม่เกิดขึ้นเร็วๆ นี้อย่างแน่นอน แต่ในความเป็นจริงแล้ว ไม่ใช่แบบนั้นนะครับ รถยนต์ไฟฟ้า มันกำลังเกิดขึ้นแล้วต่างหาก ในเมืองไทย อย่างรถยนต์ Nissan Almera ของเรา ในอนาคต ก็อาจจะนำมาเปลี่ยนเป็น รถพลังงานไฟฟ้า แบบ 100% ได้นะครับ ไม่ยากเลย ก็เหมือนกับการเอาไป ติดแก๊ส นั่นแหละครับ เพราะในวันนี้ ทาง กฟผ. และทาง สวทช. ได้ร่วมกัน ทำโครงการวิจัย รถ EGAT EV ขึ้นมา เพื่อช่วยทำให้ ฝันของคนไทย ที่จะมีรถยนต์ไฟฟ้าใช้ ได้กลายเป็นจริงเสียที โดยไม่ต้องไปเสียเงินเป็นล้านบาท แค่เอารถยนต์ ที่ใช้งานอยู่แล้วในปัจจุบัน ( เน้นว่าให้เป็น รถเล็ก อีโคคาร์ หรือ รถยนต์เครื่องแค่ 1,500 ซีซี ) มายกเครื่องยนต์ออก แล้วใส่มอเตอร์ไฟฟ้า ลงไปแทน โดยใช้พลังงานไฟฟ้าจากแบตเตอรี่ แค่นี้ก็จะได้รถยนต์คันเดิม แต่ใช้พลังงานไฟฟ้าเรียบร้อยแล้ว ซึ่งสามารถจะชาร์จที่บ้านก็ได้ สบายๆ แล้ว ซึ่งค่าใช้จ่ายในการยกเครื่องเก่าออก แล้วใส่ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า เข้าไปแทนที่นั้น คาดว่า น่าจะอยู่ราวๆ 10,000 กว่าบาทเท่านั้น เพราะอะไหล่ที่นำมาใช้ จะผลิตในประเทศทั้งหมด

รถพลังงานไฟฟ้า คันแรกของไทย
ภาพจาก www.egat.co.th

กฟผ. เผยตัวอย่าง รถพลังงานไฟฟ้า คันแรกที่ใช้ไฟฟ้า 100% ด้วยการดัดแปลง

ทาง สวทช. ได้ร่วมกับ กฟผ. ผลิตรถต้นแบบ ที่ใช้พลังงานไฟฟ้า 100% ขึ้นมา แต่เอ๊ะ ผมจะใช้คำว่า ผลิต ก็ไม่ค่อยจะถูกสักเท่าไหร่ ต้องเรียกว่า เป็นการดัดแปลง รถยนต์ทั่วไป ที่ใช้เครื่องยนต์แบบจุดระเบิดน้ำมัน ที่เราใช้งานกันอยู่ทุกวันนี้ มาดัดแปลง ด้วยการยกเครื่องยนต์ออก แล้วใส่ระบบมอเตอร์ไฟฟ้า เข้าไปแทนที่ น่าจะถูกต้องมากกว่า ทำให้เจ้าของรถ ประหยัดเงิน ไม่ต้องไปเสียเงิน ซื้อ รถยนต์ไฟฟ้า แบบ Tesla คันละเป็นล้านบาท ให้เปลืองเงิน จุดประสงค์หลัก ของโครงการวิจัยนี้ก็คือ ต้องการให้เกิดการเปลี่ยนแปลง และมีการดัดแปลง เปลี่ยนเครื่องยนต์ให้กับรถเก่า หรือรถที่ถูกใช้งานมาแล้ว เพื่อลดมลภาวะ ประหยัดพลังงานในภาพรวมของชาติ ลดการใช้น้ำมัน ซึ่งดีต่อเจ้าของรถ และดีต่อทุกคนในประเทศอีกด้วย ( ราคาถูกกว่า ยกเครื่องมือสองจาก เชียงกง มาใส่เสียอีก )

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  อะไหล่ฮอนด้า หาซื้อยาก จริงหรือไม่? ถ้าจริงคงน่าเสียดาย กำลังเล็งจะซื้อปลายปีนี้อยู่แล้ว

รถยนต์ต้นแบบจาก สวทช. คันนี้ ไม่ธรรมดานะครับ สามารถทำความเร็วได้สูงสุดถึง 135 กม./ชม. ( วิ่งด้วย มอเตอร์ไฟฟ้า ล้วนๆ เร็วกว่า Nissan Xtrail Hybrid เสียอีก ) และสามารถวิ่งได้ไกลถึง 140 กม. ( วิ่งด้วยความเร็ว 70 กม./ชม. เท่านั้นนะครับ ) การชาร์จ 1 ครั้ง ก็ใช้เวลาในการชาร์จ 8 ชม. อัตราสิ้นเปลือง อยู่ที่ กม.ละ 50 สตางค์ เท่านั้น ซึ่งนับว่า ตอบโจทย์การใช้งานในเมืองได้อย่างสบายๆ และประหยัดมากๆ แต่ในอนาคต อาจต้องทำการดัดแปลง มากกว่านี้ เพื่อรองรับ เวลาที่รถติดๆ

สำหรับความคุ้มค่านั้น ก็ต้องบอกว่า คุ้มค่ามากครับ ปัจจุบัน รถต้นแบบคันนี้ ใช้การสั่งอุปกรณ์ต่างๆ เข้ามาจาก ประเทศจีน ทำให้ต้นทุนในการดัดแปลง อยู่ที่ 2 แสนกว่าบาท แต่ถ้าสั่งผลิตอุปกรณ์ทุกอย่างในเมืองไทย ( ซึ่งก็มีโรงงานเยอะแยะ ทำได้แน่นอน ) ก็จะเหลือต้นทุน ในการดัดแปลงอยู่แค่ 10,000 กว่าบาทเท่านั้น ถูกกว่าค่าติดตั้งแก๊สอีก

การดัดแปลงแบบนี้ ดียังไง ก็ดีตรงที่ ผู้ใช้งาน ไม่จำเป็นต้องไปซื้อรถใหม่ สามารถใช้รถคันเดิม ที่เรารัก และผูกพันกับมันมานาน ได้ต่อไปอีก ไม่ต้องขาย เพื่อซื้อคันใหม่ ได้ทั้งความสวย ความประหยัด และดีต่อสุขภาพของทุกคนอีกด้วย

จุดเด่นของ รถพลังงานไฟฟ้า EGAT EV

  • ราคาดัดแปลง แค่หมื่นกว่าบาท เพราะใช้อุปกรณ์ที่ผลิตได้ในประเทศ
  • อัตราสิ้นเปลือง ต่ำมาก แค่ 50 สตางค์/กม. เท่านั้น
  • ดัดแปลงได้เรื่อยๆ ไม่ต้องซื้อรถใหม่ ให้ออกมาวิ่งเต็มถนนไปหมด
  • รักษ์โลก ช่วยลดมลภาวะ ทางเสียง และทางอากาศ

อย่างไรก็ตาม อย่าเอาไปเทียบกับ Tesla นะครับ เพราะนั่นเป็น รถยนต์พลังงานไฟฟ้า ทั้งคัน รถยนต์ไฟฟ้า ดัดแปลง แบบไทยๆ อาจจะไม่ดีเท่า ในเรื่องของระบบขับเคลื่อน อันนี้ก็ต้องเข้าใจกันด้วย เดี๋ยวจะนึกว่า ถ้าเปลี่ยนเป็นเครื่องยนต์ไฟฟ้าแล้ว จะสามารถเร่ง 0 – 100 กม./ชม. ได้ภายใน 3 วินาที เหมือนกับ Tesla มอเตอร์ไฟฟ้า มันคนละตัวกันนะครับ แต่ที่ทาง EGAT และ สวทช. ช่วยกันทำออกมานี้ ก็ถือว่า ดีเยี่ยมที่สุดแล้วครับ หวังว่า การวิจัยในโครงการนี้ จะสิ้นสุดลงโดยเร็ว เพื่อที่ท่านจะได้ผลิต แบบแปลน สำหรับระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ออกมาได้ ในเร็ววันนี้นะครับ

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  เปิดตัวแล้วกับ Toyota Hilux Revo 2015 มีอะไรเด่นบ้าง

ปัจจุบัน อัตราสิ้นเปลืองของรถต้นแบบคันนี้ ในระยะทาง 100 กม. จะเสียเงินเติมประจุไฟฟ้า เพียงแค่ 50 บาท เท่านั้น บางท่านที่ใช้ นิสสัน อัลเมร่า หรือ อีโคคาร์ รุ่นอื่นๆ ที่เอาไปติดแก๊ส อาจจะมองว่า ราคาค่าเชื้อเพลิง ก็ไม่เห็นจะประหยัดอะไรมากมาย ใช้แก๊ส LPG แบบเดิมก็ได้มั้ง?

คือแบบนี้ครับ แม้ว่า รถพลังงานไฟฟ้า จะประหยัดไม่ได้เยอะเท่าที่ทุกท่านคาด แต่มันไม่ทำให้เกิดมลภาวะ เงียบ และที่สำคัญ ค่าดูแล หรือ Maintainance นั้น ต่ำมากๆ จากข้อมูลในต่างประเทศ พบว่า ค่าดูแลรถที่ใช้ไฟฟ้า ในการขับเคลื่อนทั้งหมดแบบนี้ จะอยู่ที่ปีละ 5,000 บาท เท่านั้นนะครับ

ในเรื่องของความประหยัด และระยะทาง ในการวิ่ง ต่อการชาร์จ 1 ครั้งนั้น ณ ตอนนี้ อาจจะดูว่า มันยังน้อยอยู่ ก็อย่าไปใส่ใจมากครับ เพราะมันไม่ใช่ประเด็น จากรถต้นแบบ ที่นำมาแสดงนั้น จะเห็นว่า ใช้แบตลูกไม่ใหญ่มากนัก ถ้าในอนาคต มีการปรับปรุงระบบขับเคลื่อนขึ้นอีกนิด ใช้แบตลูกใหญ่ หรือเซลแบตเตอรี่ คุณภาพสูงขึ้นมา ก็จะทำให้วิ่งได้ไกลขึ้น จาก 140 กม. เป็น 300 – 400 กม. เหมือนกับ Tesla ได้นะครับ และถ้ารถยนต์ไฟฟ้า ได้รับความนิยมมากๆ เราก็จะมีจุดเติมประจุไฟฟ้า เกิดขึ้นเป็นดอกเห็ด เหมือนกับ ปั๊มน้ำมัน หรือปั๊มแก๊ส ตลอดเส้นทางสายหลัก ทั้งสาย เอเชีย หรือสายมิตรภาพ แน่นอนครับ

จุดเด่นที่เห็นได้ชัดในเรื่องนี้ ที่ทางกรมการขนส่งทางบก น่าจะชอบใจก็คือ แม้ว่ารถจะเก่าเกิน 7 ปี ไปแล้ว ก็ไม่ต้องสั่งห้าม ไม่ให้นำมาวิ่งในเมืองอีกต่อไป เพราะโครงการรถ EGAT EV นี้สามารถเข้ามาช่วยได้ ด้วยการเปลี่ยนเครื่องยนต์ ทำให้รถเก่า มีเครื่องใหม่ เป็นไฟฟ้าทั้งหมด ปราศจากมลพิษ มีประสิทธิภาพสูง ในราคาที่ประหยัด ช่วยประหยัดเรื่อง การนำเข้าน้ำมันให้กับประเทศชาติด้วย

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  Toyota Sienta รถใหม่ มาแรงจากอินโด เตรียมตีตลาดในไทย

แต่จุดด้อย หรือข้อควรระวัง สำหรับโครงการนี้ก็คือ การดัดแปลง หรือยกเครื่องยนต์ออก แล้วทำการนำ ระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ลงไปใส่แทนนั้น ทาง กฟฝ. ไม่ได้เป็นผู้ดำเนินการเอง เพียงแต่จะทำแบบแปลน พิมพ์เขียว หรือ Model ของระบบขับเคลื่อนไฟฟ้า ขึ้นมา ให้ทาง เอกชน นำไปทำเป็นธุรกิจ ติดตั้งให้กับประชาชนที่สนใจต่อไป ซึ่งตรงนี้แหละครับ ที่น่าเป็นห่วง ในเรื่องของ ราคาที่อาจจะแพงมากกว่า ที่ควรจะเป็น ( นิดหน่อย ) ซึ่งอาจจะไม่น่ากลัวเท่าไหร่ แต่ที่น่ากลัวมากๆ คือ ขั้นตอนในการติดตั้ง install and Wiring นี่แหละครับ หรือการเดินระบบไฟฟ้า ภายในรถยนต์ เพราะสาเหตุส่วนใหญ่ ที่ทำให้รถยนต์ เกิดไฟไหม้ในปัจจุบัน ล้วนแล้วมาแต่ ระบบไฟฟ้าเป็นสาเหตุหลักๆ อย่าง กล่อง BCM ในนิสสัน อัลเมร่า ที่อาจทำให้เกิดไฟไหม้ ในรถ ก็มาจากระบบไฟฟ้า ดังนั้น หากช่าง ที่เป็นผู้ติดตั้ง ขาดความชำนาญ อาจทำให้รถลูกค้า ซึ่งเป็นรถเก่าอยู่แล้ว มีโอกาสเกิดไฟไหม้ ได้สูงกว่าระบบแก๊สรถยนต์เสียอีกนะครับ

อีกทั้งเรื่องของอะไหล่ และความมั่นใจในคุณภาพ ของวัสดุอุปกรณ์ การที่ใช้ของถูก ซึ่งเราผลิตขึ้นมาเองในประเทศ ก็อาจจะดีตรงเรื่องของราคา ที่ถูก สบายกระเป๋า แต่ในเรื่องของคุณภาพ และ Safety ก็ต้องดูกันต่อไป ว่าจะมั่นใจได้สักแค่ไหน ซึ่งยังไงก็ตาม ผมเชื่อว่า ทาง กฟผ. และ สวทช. รู้เรื่องนี้ดีอยู่แล้ว และคงหามาตรการ มารองรับได้อย่างแน่นอน ส่วนเรื่องของ จุดเติมประจุไฟฟ้า หรือที่เรียกกันว่า แหล่งเติมไฟ นั้น คาดว่า ไม่น่าจะเป็นเรื่องยาก เพราะเป็นนโยบายของรัฐบาลอยู่แล้ว

ที่เราต้องทำตอนนี้ ก็แค่ เตรียมตัวให้พร้อม เก็บเงินเอาไว้เยอะๆ และไม่ต้องซื้อรถใหม่ครับ รออีกไม่เกิน 3 ปี ได้เปลี่ยนเป็นระบบมอเตอร์ไฟฟ้า อย่างแน่นอน ผมก็เล็งไว้แล้ว ว่าถ้าทำได้ ผมจะเอา Nissan Almera E CVT คันนี้ ของผมไปเปลี่ยนอย่างแน่นอนครับ