เปรียบเทียบ Mazda2 ดีเซล กับ Nissan Almera ซื้อคันไหนดีกว่ากัน

4388
แบ่งปัน

แม้ว่ามันอาจจะฟังดูไม่ค่อยเข้าท่าเท่าไหร่นัก ถ้าเราจะเอา รถยนต์ ที่มีเครื่องยนต์ คนละชนิดมาเปรียบเทียบกัน อย่าง All New Nissan Almera กับ All New Mazda 2 Skyactive D แต่ในความเป็นจริงแล้ว มักจะมีคนจำนวนมาก เอารถ Mazda2 ดีเซล กับ Nissan Almera ทั้ง 2 รุ่นนี้ มาเปรียบเทียบกันเสมอ ว่าจะซื้อคันไหนดี ระหว่าง นิสสัน อัลเมร่า กับ มาสด้า 2 ดีเซล เพราะถ้าจะให้พูดกันจริงๆ Mazda2 ดีเซล ก็ถือว่าเป็น รถอีโคคาร์ เหมือนกันนะครับ (แต่เป็นเฟส 2) และกำลังมาแรงมากๆ ในทุกวันนี้ ได้รับความนิยมกันสุดๆ ดูได้จาก จำนวนที่วิ่งบนถนน ซึ่งคนส่วนใหญ่ เค้าไม่เข้าใจหรอกครับ ว่ารถ segment ไหน แบ่งยังไง เวลาคนส่วนใหญ่ซื้อรถ ก็ดูแค่ไม่กี่อย่าง คือ 1. แบรนด์ 2. ความสวยงาม 3. ความประหยัด 4. งบประมาณ มีแค่นี้แหละครับ แต่อาจจะสลับลำดับไปบ้าง แล้วแต่ความคิดของแต่ละคน เมื่อมีคนถามผมเรื่องนี้ ผมก็เลยจะมาวิเคราะห์ให้ทุกท่านได้ลองพิจารณากันดูครับ เพราะมีหลายท่านที่ผมรู้จัก ถามผมว่าจะซื้อรุ่นไหนดี ระหว่าง มาสด้า2 ดีเซล หรือ ซื้อ อัลเมร่า มาติดแก๊สดี ถึงจะประหยัด และเหมาะกับสไตล์การใช้งานของเขา ที่สำคัญก็คือ รถ 2 รุ่นนี้รุ่นไหน ใช้แล้ว คุ้มที่สุด เอาเป็นว่าผมจะไม่เปรียบเทียบอะไรมากเท่าไหร่นะครับ เพราะรู้ๆ กันอยู่ว่า มาสด้า2 เกรดรถเค้าเป็นยังไง และ อัลเมร่า เกรดรถเป็นยังไง ประเด็นสำคัญคือ ราคา “ความคุ้ม” และ “ความประหยัด” เพราะถ้าคุณไม่มีปัญหา กับความคุ้ม และความประหยัดแล้ว คุณก็คงหันไปเล่นรถรุ่นอื่นๆ มากกว่าที่จะมาสนใจ Eco Car อย่าง Almera ไปแล้ว จริงมั้ยครับ ดังนั้น ขอให้ทุกท่าน เข้าใจด้วยว่า พื้นฐานของการเปรียบเทียบในครั้งนี้ จะอยู่ที่ความคุ้มค่าและความประหยัดเป็นหลัก ไม่เกี่ยวว่าจะเครื่องยนต์อะไร วัดกันที่ราคาขาย และค่าเชื้อเพลิงที่ต้องจ่าย/กม. เท่านั้น

เรื่องเด็ดห้ามพลาด  รถติดแก๊ส ขึ้นราคา LPG ให้เท่าราคาน้ำมัน เตรียมลุ้นกัน
เปรียบเทียบ Mazda2 ดีเซล กับ Nissan Almera ซื้อคันไหนดีกว่ากัน 2
ภาพจาก www.mazda.co.th/cars/all-new-mazda2-sedan/features/performance/ และ www.nissan.co.th/vehicles/new-vehicles/almera.html

เพื่อความเข้าใจมากขึ้น ต้องอธิบายกันก่อนว่า Nissan Almera นั้น ใช้เชื้อเพลิงเป็น น้ำมันเบนซิน ได้หมดทุกตัว ยกเว้น E85 ซึ่งถ้าอยากจะเติม E85 ได้ ก็ต้องไปติดกล่องเพิ่มเอาทีหลัง ส่วน Mazda 2 Skyactive D นั้น เป็นเครื่องยนต์ ดีเซล 1.5 ลิตร ใช้น้ำมันดีเซลเท่านั้น สำหรับราคาค่าน้ำมันนั้น ผมคงไม่ต้องอธิบายตรงนี้ เพราะมันเปลี่ยนแปลงตลอดอยู่แล้ว ขอให้ท่านนำไปพิจารณากันเอาเองนะครับ ว่าเบนซิน กับดีเซล ราคาเท่าไหร่กันแล้ว ขณะที่ท่านกำลังอ่านบทความนี้อยู่

เหตุที่หลายคน นำรถทั้งสองรุ่นนี้ มาเปรียบเทียบกัน ก็เพราะว่า รถทั้งสองรุ่น ถูกคนส่วนใหญ่เรียกว่า เป็นรถประเภท Eco Car ใช่ครับ ท่านอ่านไม่ผิดแน่นอน เค้าเรียก All New Mazda 2 ดีเซล ว่าเป็น Eco Car จริงๆ ครับ ก็เลยมีหลายคน นำมาเปรียบเทียบกันใหญ่ บางท่านอาจจะสงสัยว่า ทำไมไม่เอา Mazda 2 ไปเปรียบเทียบกับ Nissan March ล่ะ มันทรงคล้ายๆ กัน มี Hatchback เหมือนกัน แต่อย่าลืมว่า แบบ 4 ประตู ของ มาสด้า 2 ก็มีนะครับ ซึ่งผมใช้ 4 ประตู มาเป็นมาตรฐานในการเปรียบเทียบครับ โดยเน้นเรื่องของ ประสิทธิภาพ และการใช้งานจริงๆ ในชีวิตประจำวัน มาเป็นประเด็นในการเปรียบเทียบครับ

ต้องบอกก่อนเลยนะครับ ว่านี่คือ “บทวิเคราะห์” จากความเห็นส่วนตัวของผม ที่ได้ลองใช้งาน ทั้ง Mazda3 Diesel และ Nissan Almera มาเรียบร้อยแล้ว ไม่ใช่การรีวิวนะครับ ถ้าจะอ่านรีวิว เชิญที่เว็บของแต่ละคลับได้เลยครับ นี่เป็นการวิเคราะห์ถึงความคุ้มค่าเท่านั้น ไม่ได้จะมาฟันธงบอกว่า รถรุ่นไหนดีกว่ากัน!

ทำไมถึงเอารถเครื่องดีเซล มาเปรียบเทียบกับ เบนซิน+ติดแก๊ส ?

อย่างที่ผมได้อธิบายไปแล้ว ว่านี่ไม่ใช่การรีวิว หรือเปรียบเทียบสเปค ต้องทำความเข้าใจกันก่อนนะครับ แต่เป็นเรื่องของการ วิเคราะห์ความคุ้มค่า และจะมีอะไรที่มันน่าจะหนักใจขนาดนี้ ระหว่าง มาสด้า 2 เครื่องดีเซล สุดประหยัด มาพร้อมเทคโนโลยีใหม่สุดยอด แต่ราคาค่าตัวแพง ที่นั่งด้านหลังอึดอัดนิดนึง แต่ก็ยังถือเป็นรถที่น่าจะเรียกได้ว่า ดีที่สุดในตลาด ณ ตอนนี้ กับ รถนิสสัน อัลเมร่า ราคาไม่แพง เอามาติดแก๊ส LPG หัวฉีด สภาพเดิมๆ ทุกอย่าง เครื่องเล็ก ติดแก๊ส ยิ่งประหยัดไปกันใหญ่ โจทย์ก็คือ ทั้งสองรุ่น สิ้นเปลืองค่าเชื้อเพลิง (น้ำมันหรือแก๊ส) ได้ใกล้เคียงกัน คือ กม.ละ 0.8 – 1 บาท/กม. ต้องสนใจทั้งคู่ จะเลือกตัวไหนดี นี่คือโจทย์ครับ

ทำไมไม่เอา มาสด้า2 เบนซิน มาเปรียบเทียบกับ อัลเมร่า เครื่องเบนซินเหมือนกัน?

เหตุผลที่ผมไม่เอา Mazda2 เบนซิน มาเปรียบเทียบกับ นิสสัน อัลเมร่า ก็เพราะว่า มาสด้า2 เบนซิน เครื่อง Skyactive 1.3 จ่ายน้ำมันแบบ Direct Injection นะครับ ดังนั้นการติดแก๊ส ถือเป็นเรื่องยาก และซับซ้อน ติดได้ แต่ก็มีราคาค่าติดที่แพงมากๆ และอาจมีปัญหาจุกจิกตามมา ดังนั้นจะเอามาเปรียบกับ อัลเมร่า ที่ติดแก๊สหัวฉีดธรรมดาๆ ทั่วไปไม่ได้ครับ หรือจะพูดง่ายๆ ว่า Mazda2 เบนซิน 1.3 ไม่ควรเอามาติดแก๊สเป็นอย่างยิ่ง เมื่อไม่ควรติดแก๊ส ความประหยัด ย่อมสู้รถติดแก๊สไม่ได้ ผมจึงไม่อยากจะเอามาเปรียบเทียบกันนะครับ เพราะจุดมุ่งหมายที่ผมวิเคราะห์ ผมต้องการยกให้เห็นว่า มาสด้า2 ดีเซล ที่ไม่จำเป็นต้องติดแก๊ส แต่ก็สามารถประหยัดได้ถึง กม.ละ 1 บาท ส่วน อัลเมร่า นี่ต้องติดแก๊ส ถึงจะทำได้ กม.ละ 1 บาท เท่ากัน แต่ราคาต่างกันแค่ไหน รุ่นไหน มีข้อดีมากกว่ากัน นี่ต่างหากครับ คือสิ่งที่ผมอยากจะทำการวิเคราะห์ออกมาให้ดู

เปรียบเทียบ Mazda2 ดีเซล กับ Nissan Almera

  • ความแรงเครื่องยนต์ ความจัดจ้าน – ถ้าเทียบกันแล้ว มาสด้า 2 ชนะขาดครับ
  • ความกว้าง นั่งสะดวกสบาย – อันนี้ นิสสัน อัลเมร่า กินขาดครับ
  • ช่วงล่าง ความเฟิร์ม ความนิ่งขณะเข้าโค้งด้วยความเร็ว – มาสด้า 2 แน่นอนครับ ส่วนอัลเมร่า ก็ทำได้ครับ แต่ต้องเสียเงินแต่งเอาเองครับ
  • ความทนทานของวัสดุ เครื่องยนต์ และช่วงล่าง – อันนี้พูดยากครับ อยู่ที่คนใช้ ซึ่งก็ใช้ไม่เหมือนกัน
  • ความประหยัด ทั้งในปัจจุบัน และในอนาคต จุดคุ้มทุน – อันนี้ นิสสัน อัลเมร่า กินขาดครับ จะอธิบายแบบละเอียดต่ออีกทีครับ
  • ศูนย์บริการ อะไหล่ และอู่ซ่อม – อัลเมร่า กินขาดเรื่องนี้ครับ ด้วยจำนวนศูนย์ที่กระจายเยอะกว่าครับ แต่ไม่แน่มาสด้าอาจจะเพิ่มมากขึ้นในอนาคต
  • ราคาขายต่อ – มาสด้า 2 ราคาดีกว่าเยอะครับ

หมายเหตุ การวิเคราะห์ทุกประเด็นนั้น จะหมายถึง การใช้รถแบบธรรมดาทั่วไป แบบที่มนุษย์บ้านๆ ใช้กัน ไม่ใช่การขับซิ่ง หรือตีนผี ดังนั้นถ้าท่านเป็นขาซิ่ง ขอให้ข้ามบทวิเคราะห์นี้ไปได้เลยครับ เพราะไม่ว่าจะรถอะไร ก็คงจะไม่ทนสำหรับท่านอย่างแน่นอน ส่วนรถนิสสัน อัลเมร่า ที่นำมาติดแก๊สนั้น เป็นรถเดิม ไม่แต่งช่วงล่าง ไม่แต่งอะไรเลยสักอย่าง ติดแก๊สหัวฉีดอย่างดี ราคา 28,000 บาท

ความประหยัด คุ้มค่า และจุดคุ้มทุนระหว่าง Mazda2 ดีเซล กับ Nissan Almera

นี่เป็นจุดสำคัญของบทวิเคราะห์ เปรียบเทียบรถทั้ง 2 รุ่นนี้ระหว่าง Mazda2 ดีเซล กับ Nissan Almera เลยนะครับ เราจะมาเริ่มต้นกันที่ ราคาพื้นฐาน รุ่นต่ำสุดของรถทั้งสองรุ่นกันก่อนเลยนะครับ

  • Mazda2 ดีเซล รุ่นต่ำสุด ราคา 654,000 บาท
  • Nissan Almera รุ่นต่ำสุด E CVT ราคา 502,000 บาท

ราคารถทั้งสองรุ่น ต่างกัน 152,000 บาท โอเคนะครับ ต่อไป เราจะมาคำนวณค่าน้ำมันเชื้อเพลิง ไม่รวมค่าบำรุงรักษานะครับ โดยจะแบ่งการคำนวณออกเป็น 2 แบบ คือ แบบที่ 1 อัลเมร่า เดิมๆ ใช้น้ำมัน และ แบบที่ 2 อัลเมร่า ติดแก๊ส โดยมีโจทย์การใช้งาน จากชีวิตจริงของผมเลยนะครับ คือ วิ่งในเมือง จาก บางบัวทอง – สาทร – ปิ่นเกล้า และ ปิ่นเกล้า – สาทร – บางบัวทอง รวมเบ็ดเสร็จ ไปกลับ วันละ 150 กม. เดือนละ 4,000 กม. (เฉพาะทำงาน 20 วัน = 3,000 กม. + กับเที่ยวบ้าง ออกนอกเส้นทางบ้างอะไรบ้างอีก 1,000 กม.) หรือปีละ 48,000 กม. ซึ่งจัดว่า วิ่งเยอะมากๆ มาดูกันเลยครับ

ค่าน้ำมัน Mazda2 ดีเซล วิ่งดีสุดๆ อยู่ที่ กม.ละ 1 บาท จะมีค่าน้ำมันอยู่ที่ เดือนละ 4,000 บาท หรือปีละ 48,000 บาท

ค่าน้ำมัน Nissan Almera แบบเดิมๆ ใช้น้ำมัน อยู่ที่ กม.ละ 1.2 – 1.8 บาท จะมีค่าน้ำมันอยู่ที่ เดือนละ 4,800 – 7,200 บาท หรือปีละ 57,600 – 86,400 บาท

ค่าน้ำมัน Nissan Almera ใช้แก๊ส LPG อยู่ที่ กม.ละ 1 บาท จะมีค่าน้ำมันอยู่ที่ เดือนละ 4,000 บาท หรือปีละ 48,000 บาท

บทวิเคราะห์

แม้ว่าผลการคำนวณนี้ อาจจะไม่ตรงกับความเป็นจริงบ้างเล็กน้อย เนื่องจาก ราคาน้ำมันดีเซล และเบนซิน ที่อาจจะผันผวน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ราคาน้ำมันเบนซิน ที่มีความแตกต่างกัน ไม่ว่าจะเป็น 91 95 หรือ E20 ก็จะส่งผลให้มีความสิ้นเปลืองและค่าน้ำมันต่างกันบ้างแต่ก็เพียงเล็กน้อย ประเด็นสำคัญคือ ตัวเลขส่วนต่างที่จะนำมาวิเคราะห์ต่างหากครับ ที่สำคัญ

หากพิจารณาให้ดี จะเห็นว่า ถ้าคุณต้องการรถ Eco Car สักคันหนึ่ง ที่มาพร้อมกับเทคโนโลยีใหม่ล่าสุด เครื่องยนต์ทนทาน ดีที่สุดในตลาดนะตอนนี้ ช่วงล่างแน่นปึ้ก และที่สำคัญไม่ต้องวุ่นวาย นำมาติดแก๊ส และประหยัดจริงๆ Mazda2 ดีเซล คือคำตอบที่ดีที่สุดครับ เพราะส่วนต่างของราคานั้น ก็แค่ค่าน้ำมัน 1 ปีครึ่งของ นิสสัน อัลเมร่า เท่านั้น แต่สิ่งที่แลกเปลี่ยนได้ก็คือ ความคงทนของเครื่องยนต์ดีเซล และราคาน้ำมันที่จะนิ่ง ไม่เกิน 30 บาทแน่ๆ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น (ซึ่งเราก็เห็นกันมาแล้วหลายปี ทุกรัฐบาล)

แต่ถ้าคุณต้องการจะประหยัดสุดๆ เพราะมีงบประมาณน้อย หรือเป็นคนที่ชอบจ่ายน้อย เวลาเติมเชื้อเพลิง ก็ นิสสัน อัลเมร่า ติดแก๊ส LPG หัวฉีด รับรองว่า คุ้มแน่นอนครับ จะเห็นได้ว่า มีค่าเชื้อเพลิงเท่ากันกับ มาสด้า 2 ดีเซล หรืออาจจะถูกกว่าด้วยซ้ำไป ซึ่งเมื่อมีค่าใช้จ่ายของเชื้อเพลิงเท่ากันแล้ว ส่วนต่างของราคา ที่มากถึง 150,000 กว่าบาทนั้น เท่ากับ ค่าเชื้อเพลิง ของ นิสสัน อัลเมร่า ติดแก๊ส LPG ถึง 3 ปี เลยนะครับ แปลว่า ค่าส่วนต่างของ มาสด้า 2 เอามาเป็นค่าแก๊สให้ อัลเมร่า LPG ได้นานถึง 3 ปีเลยทีเดียว แบบนี้คุ้มกว่ากันเยอะครับ (ผมไม่ขอนำค่าบำรุงรักษาแก๊สมาคำนวนนะครับ เพราะมันก็ไม่กี่บาท ต่อให้เปลี่ยนฝาสูบก็แค่ 15,000 บาทเท่านั้น ซึ่งผมคงไปเปลี่ยนตอนใช้แก๊สไปแล้ว 1 แสน กม. หรือประมาณ 2 ปีครึ่ง ส่วนค่า เปลี่ยนกรองแก๊ส หรือ ท่อยาง ก็แค่นิดๆ หน่อยๆ ไม่กี่บาทครับ )

บางท่านอาจจะไม่เห็นด้วยกับบทวิเคราะห์ของผมแบบนี้ แต่ผมอยากให้เข้าใจกันนิดนึงว่า ปัจจุบัน วัสดุที่นำมาผลิตรถ อีโคคาร์ นั้น ไม่ใช่เหล็กทั้งคัน และไม่ได้ทนทานเหมือนกับรถเมื่อ 20 ปีก่อนแล้วนะครับ เพราะเค้าเน้นความเบา และความประหยัดต้นทุน ดังนั้น ท่านอย่ามัวแต่คิดว่า รถหนึ่งคันจะต้องใช้งานได้เป็นสิบๆ ปี ถึงจะคุ้ม ซึ่งนั่น ผิดมากๆ ครับ อายุรถในปัจจุบัน จุดคุ้มทุนจะอยู่ที่ 5 ปี แล้วเปลี่ยน ถึงจะคุ้มที่สุดครับ (ยกเว้นว่า ท่านซื้อมา แล้วใช้น้อยจริงๆ จอดมากกว่าวิ่ง อันนี้ก็เป็นอีกเรื่องนึงครับ) ถ้าเลย 5 ปี ไปแล้ว มีแต่เสียกับเสียครับ ดังนั้นเมื่อวิเคราะห์ให้ดีๆ แล้ว คงต้องถามใจตัวเอง และ ดูเงินในกระเป๋าครับ ว่าจะซื้อ มาสด้า 2 มาใช้ 5 – 8 ปีแน่นอน หรือจะซื้อ อัลเมร่า มาติดแก๊สใช้ 5 ปี แล้วเปลี่ยนคันใหม่ แบบไหนคุ้มกว่ากัน ลองพิจารณากันดูเองนะครับ

สำหรับผม ผมเลือก Nissan Almera ติดแก๊สครับ เพราะเน้นประหยัด ที่สำคัญ ตอนซื้อไม่ทันได้ดูข่าว ว่า มาสด้า2 ดีเซล มาแล้ว เลยจัดอัลเมร่าไปซะกอ่น อีกทั้งผมต้องการความชัวร์ของค่าเชื้อเพลิง ไม่ว่าราคาน้ำมันจะขึ้นหรือลง และพฤติกรรมการขับขึ่ของผม คือ วิ่งเยอะมากๆ วันละ 150 – 180 กม. แต่ไม่ได้ขับเร็วนะครับ แค่ 80 – 100 กม./ชม. แต่ก็ถือว่าสิ้นเปลืองมากๆ ถ้าใช้น้ำมันคงเอาไม่อยู่แน่ๆ และที่สำคัญ ผมต้องการบรรทุกคนเยอะๆ ต้องการรถที่มีห้องโดยสารกว้าง คนนั่งหลัง นั่งได้อย่างสบายๆ ไปต่างจังหวัดไม่ลำบากมาก และมีศูนย์เยอะ แม้ว่าจะมีศูนย์ดีน้อย แต่ผมไปเคลมได้เรื่อยๆ ศูนย์นี้ไม่ให้เคลม ผมก็ไปศูนย์อื่นได้ อะไหล่ไม่ต้องรอ และผมเลือกได้ว่า จะไปเคลมกับศูนย์ไหน นี่เป็นจุดเด่นของ Nissan Almera ซึ่งในบทวิเคราะห์นี้ ผมใช้การวิ่งเยอะแบบที่ผมใช้งาน มาเป็นเกณฑ์ ดังนั้นถ้าคุณวิ่งน้อยกว่าผม ยิ่งมากเท่าไหร่ ยิ่งคุ้มทุนช้ากว่าผมแน่ๆ ครับ และส่วนต่างระหว่าง มาสด้า 2 ดีเซล กับ อัลเมร่า ก็จะยิ่งมากขึ้นๆ

บทวิเคราะห์นี้ มีขึ้นเพื่อให้คนที่กำลังลังเล สามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ถ้าชอบความประหยัด แต่ไม่อยากติดแก๊ส เลือก มาสด้า2 ไปครับ จะได้ทั้งช่วงล่างแน่นๆ เกรดเอ และเครื่องยนต์ที่ทนทานและระบบต่างๆ ที่เป็นเทคโนโลยีที่ทันสมัยที่สุด แต่ถ้ามีงบน้อย ชอบแนวติดแก๊ส เน้นประหยัด ดูแลรักษาเองเป็น ละเอียดนิดนึง ช่วงล่างอาจจะไม่เลิศเลอ แต่ก็ใช้ได้ ที่นั่งกว้างขวาง เบรกอยู่มั่นใจได้ด้วย ABS+EBD แน่นอน ก็เลือก นิสสัน อัลเมร่า เอาไปติดแก๊สเลย จบข่าว จะเลือกแบบไหน อย่างไร Mazda2 ดีเซล กับ Nissan Almera ก็แล้วแต่ท่านจะพิจารณาครับ